จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ขมวดคิ้ว ตรัสห้ามว่า “พอเถิด องค์ชายรองแห่งแคว้นเชียงไยต้องหาเรื่องเด็กคนหนึ่งด้วย?”
องค์ชายรองแห่งแคว้นเชียงชะงักฝีเท้า ทอดพระเนตรจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ด้วยแววประหลาดใจอยู่หลายส่วน
สายตานั้นทำให้จักรพรรดิจิ้นยวนตี้รู้สึกแปลกพิกล
พระองค์กำลังจะตรัสถาม ก็ได้ยินเสียงเล็กใสเปี่ยมความร่าเริงดังขึ้น “ว้าว งูน้อยสวยจัง ข้าขอลูบมันได้หรือไม่?”
“หย่งอาน ห้าม...”
คำห้ามของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ยังไม่ทันสิ้น จิ่วจิ่วร่างเล็กก็เดินมาหยุดตรงหน้าองค์ชายรองแห่งแคว้นเชียงแล้ว
นางยังเขย่งปลายเท้า ยื่นมือไปลูบงูมรกตที่กำลังตั้งท่าจู่โจม
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตะลึงคือ งูมรกตมิได้จู่โจมจิ่วจิ่ว
กลับหุบลิ้นสองแฉก แล้วใช้ลำตัวพันรอบมือของจิ่วจิ่ว ก่อนจะถูหัวกับฝ่ามือจิ่วจิ่วหลายครั้ง
ท่าทางสนิทสนมเช่นนั้น หากผู้ไม่รู้เห็นเข้า คงคิดว่าจิ่วจิ่วเป็นเจ้าของงูมรกตไปเสียแล้ว!
ทุกคนต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้เองก็เผยสีหน้าครุ่นคิด
“งูน้อย งูน้อย เจ้างดงามเหลือเกิน เหตุใดจึงมีงูน้อยที่งดงามเช่นนี้ได้? ข้าตั้งชื่อให้เจ้าแล้วกัน ต่อไปเจ้าชื่อหรูฮวา ดอกไม้งามดุจหยก เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก!”
จิ่วจิ่วยื่นนิ้วแตะหัวงูมรกตเบา ๆ พลางหัวเราะคิกคัก ตั้งชื่อให้มัน
เรื่องสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยน่ะ จิ่วจิ่วคุ้นเคยที่สุดแล้ว!
องค์ชายรองแห่งแคว้นเชียงเอ่ยขึ้นในยามนี้ว่า “งูมรกตมีนิสัยอ่อนโยนที่สุด ไม่เคยแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ใดก่อน ทว่าเมื่อครู่กลับแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อนาง ย่อมเพียงพอจะพิสูจน์ว่าบนกายของนางมีกลิ่นน้ำมันศพที่สกัดจากลูกช้างยักษ์”
