มหาอาณาจักรฉีมีสี่สำนักใหญ่ ได้แก่สำนักไท่ชูซึ่งตั้งอยู่ในนครหลวง
สำนักอู๋ซวงซึ่งตั้งอยู่ในนครเฉียนหยวนทางตะวันออก
สำนักกุยหยวนซึ่งตั้งอยู่ในนครกุยหยวนทางตะวันตก
และสำนักซานไห่ซึ่งตั้งอยู่ในนครเสวียนอู่ทางใต้
สำนักศึกษาทั้งสี่แห่งต่างมีจุดเด่นเป็นของตนเอง โดยสำนักไท่ชูเป็นผู้นำ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สี่สำนักใหญ่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน หล่อหลอมเหล่าบัณฑิตและแม่ทัพผู้เปี่ยมความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ให้แก่มหาอาณาจักรฉีไม่น้อย
บรรพชนของสี่สำนักใหญ่เคยตกลงกันว่า จะจัดการประลองใหญ่ของสำนักศึกษาขึ้นทุกสี่ปี
ผู้ชนะในท้ายที่สุดจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า
หลายปีมานี้ก็เป็นเช่นนี้มาตลอด
ทว่าครั้งนี้ หานซงแห่งนครกุยหยวนกลับมาหาสำนักไท่ชูล่วงหน้าหนึ่งปี พร้อมเสนอให้จัดการประลองใหญ่ของสำนักศึกษาที่มีขึ้นทุกสี่ปีให้เร็วขึ้นหนึ่งปี
หานซงกล่าวว่า สำนักศึกษาทั้งสามแห่งของพวกเขาหารือกันแล้ว และได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นชอบ
แต่ทางสำนักไท่ชูกลับไม่เคยได้รับข่าวใด ๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สำนักไท่ชูถูกสำนักศึกษาอีกสามแห่งโดดเดี่ยวเสียแล้ว
“แล้วจะทำอย่างไรดี?” จิ่วจิ่วสงสัยใคร่รู้จนอดขัดคำพูดของเย่ลี่เสวียนไม่ได้
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของเย่ลี่เสวียน น้ำเสียงเจือแววเยาะหยัน “ก็แค่ตัวตลกกลุ่มหนึ่ง ก่อคลื่นลมอันใดไม่ได้หรอก”
จิ่วจิ่วยังไม่ทันเอ่ยอะไร เจียงเผยจวินก็กล่าวว่า “คำพูดของอาจารย์เย่ ข้าไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เมื่อครู่ท่านเองก็กล่าวว่าสี่สำนักใหญ่ประสานเป็นหนึ่งเดียว และหลายปีมานี้สำนักไท่ชูก็เป็นผู้นำ”
“แต่บัดนี้กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นโดยไร้สัญญาณล่วงหน้า สำนักศึกษาอีกสามแห่งบรรลุข้อตกลงบางอย่างกันแล้ว โดยที่สำนักไท่ชูไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย อีกทั้งสำนักกุยหยวนยังพาคนมาถึงที่เพื่อแจ้งเรื่องนี้ด้วยตนเอง แสดงว่าความสัมพันธ์พันธมิตรที่พวกเขาลอบตกลงกันไว้แน่นแฟ้นยิ่ง และไม่หวั่นเกรงเลยว่าสำนักไท่ชูจะหาทางรับมือเมื่อรู้เรื่องเข้า”
