วันรุ่งขึ้น ยามเที่ยง
จิ่วจิ่วกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามเซียวหยวนว่า “เจ้าก้อนแป้งอ้วนเล่า?”
“เขาบอกว่ามีธุระนิดหน่อย อีกสักพักค่อยมา ให้พวกเรากินข้าวกันไปก่อน ไม่ต้องรอ” เซียวหยวนตอบ
จิ่วจิ่วเลิกคิ้ว “ยังมีธุระอันใดสำคัญกว่ากินข้าวอีกหรือ?”
เจียงเผยจวินยิ้มจนตาหยีเป็นเส้น
เซียวหยวนเองก็ยกมือปิดปาก แอบหัวเราะ
มิใช่ว่าพวกเขานินทาผู้อื่นลับหลัง แต่ภาพจำของเจ้าก้อนแป้งอ้วนในฐานะจอมตะกละนั้นฝังแน่นเกินไป
พวกเขากินไปได้ครึ่งหนึ่ง เจ้าก้อนแป้งอ้วนก็วิ่งต้วมเตี้ยมกลับมา
เขาวิ่งไปพลางตะโกนเสียงดังไปพลาง “อาจารย์น้อย ข้ากลับมาแล้ว! ข้านำของอร่อยมาฝากพวกท่านด้วย”
ของอร่อยหรือ?
จิ่วจิ่วทั้งสามคนหันขวับทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ก็เห็นเจ้าก้อนแป้งอ้วนประคองกล่องอาหารใบหนึ่งอยู่ในมือ
จู่ ๆ ก็มีขาข้างหนึ่งยื่นออกมา สะดุดเจ้าก้อนแป้งอ้วนเข้า
เจ้าก้อนแป้งอ้วนล้มโครมลงกับพื้น
กล่องอาหารในมือกระเด็นออกไป
ของข้างในกล่องร่วงกระจายเกลื่อนพื้น
“อา ของหกหมดแล้ว” เซียวหยวนช่วยพยุงเจ้าก้อนแป้งอ้วนขึ้นมา พอเห็นของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เขาก็ทำหน้าเศร้าสร้อย
เจียงเผยจวินรีบเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง “เจ็บหรือไม่?”
เจ้าก้อนแป้งอ้วนยื่นมือออกมา กลางฝ่ามือมีแผลยาว เลือดกำลังไหลออกมา
“ซี้ด... เจ็บเหลือเกิน” เจ้าก้อนแป้งอ้วนเบะปาก น้ำตาคลออยู่ในเบ้าตา
เจียงเผยจวินรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนพันแผลให้เจ้าก้อนแป้งอ้วน
ยามนั้น เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้น “ขอโทษเสีย!”
ร่างเล็ก ๆ ของจิ่วจิ่วยืนอยู่เบื้องหน้าคนที่สะดุดเจ้าก้อนแป้งอ้วน น้ำเสียงเย็นชา
