ในห้องเก็บฟืน จิ่วจิ่วหรี่ตามองเด็กสิบกว่าคนเบื้องหน้า
นางได้ยินบทสนทนาระหว่างพ่อลูกคู่นั้นนอกห้องเก็บฟืนเช่นกัน
สินค้า พวกค้ามนุษย์ จะมีชีวิตไม่พ้นคืนนี้หรือ?
จิ่วจิ่วยื่นลิ้นเลียริมฝีปาก ดวงตาเปี่ยมความตื่นเต้นและบ้าคลั่ง
“เปิดประตู ข้าหิวน้ำ อยากดื่มน้ำ”
จิ่วจิ่วเดินไปถึงประตู ก่อนยกเท้าถีบประตู
ท่าทางวางอำนาจอวดดีเช่นนั้น เหมือนเชลยสักนิดที่ไหนกัน?
“หุบปาก! ตะโกนอะไรนักหนา? หากยังตะโกนอีก ข้าจะตีขาเจ้าให้หัก!” เสียงดุดันของบุตรชายชายชราดังมาจากนอกประตู
คนอื่น ๆ ในห้องเก็บฟืนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก
เด็กคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าคนอื่นเล็กน้อยรวบรวมความกล้า วิ่งไปดึงมือจิ่วจิ่วแล้วพานางกลับไปยังมุมห้อง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า
“ชู่! เบาเสียงหน่อย พวกเขาดุร้ายมาก หากทำเสียงดัง พวกเขาจะตีขาพวกเราหักจริง ๆ”
เขายังส่งสัญญาณให้จิ่วจิ่วมองไปยังมุมห้องฝั่งตรงข้าม เด็กตัวเล็กโดดเดี่ยวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่น
จากนั้นเขาก็กระซิบบอกจิ่วจิ่ว “เขาไม่เชื่อฟัง ทั้งยังคิดหนี จึงถูกตีจนขาหัก”
“เจ้าอย่าก่อเรื่อง เชื่อฟังว่าง่าย รอให้พบโอกาสเหมาะ ๆ พวกเราค่อยหนีไปด้วยกัน”
นี่เป็นวิธีที่ดีจริง ๆ
ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า พวกเขาไม่มีโอกาสเช่นนั้น
คนพวกนั้นไม่คิดจะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอดข้ามคืนนี้ไปด้วยซ้ำ
จิ่วจิ่วแสร้งทำตัวว่าง่าย แล้วกวาดตามองเด็กทั้งหมดในห้องเก็บฟืน
ในบรรดาคนเหล่านี้ คนที่อายุมากที่สุดก็ดูราวเจ็ดแปดขวบ ส่วนคนที่เล็กที่สุดน่าจะเป็นนาง
เดรัจฉาน!
