ตำหนักบูรพา เซียวจิ่วเยวียนหมดสติไปแล้ว ทว่ามือยังคงกอดจิ่วจิ่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
สิงโตเฒ่าถูกตามตัวมาอย่างเร่งร้อน พอเห็นสภาพของเซียวจิ่วเยวียนก็สะดุ้งตกใจ
ครั้นจับชีพจร สิงโตเฒ่าแทบกระโดดขึ้นมาด่าคน
“สิงโตเฒ่า เสี่ยวเยวียนจื่อเป็นอย่างไรบ้าง?” จิ่วจิ่วถามอย่างร้อนใจ
สิงโตเฒ่าถลึงตาใส่ พลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ตายหรอก เขาแค่...”
“แค่ก ๆ...” สิงโตเฒ่ายังพูดไม่ทันจบ เซียวจิ่วเยวียนก็พลันมีความเคลื่อนไหว
เขายกมือปิดปาก ไออย่างหนัก ก่อนจะอ้าปากกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ย้อมเสื้อบริเวณหน้าอกให้แดงฉาน
จุยอิ่งรีบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่ง
เซียวจิ่วเยวียนนั่งอ่อนแรงอยู่บนเตียง มุมปากและหน้าอกเปื้อนโลหิต ใบหน้าซีดขาวและดูอ่อนแอ
“แค่ก ๆ ๆ... ที่แท้เจ้าก็ยังไม่ไป!” เซียวจิ่วเยวียนมองจิ่วจิ่วด้วยสายตาซับซ้อน คล้ายอยากให้นางจากไป แต่ก็ไม่ปรารถนาให้นางไป
ความรู้สึกขัดแย้งนั้นผสานกับสภาพของเขาในยามนี้ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกเปราะบางจนชวนให้ผู้คนอดสงสารไม่ได้
จิ่วจิ่วตบมือเขาเบา ๆ แล้วปลอบประโลมราวกับกล่อมเด็ก “ข้าไม่ไป เจ้าอยู่ที่นี่แล้วข้าจะไปที่ใดได้?”
“สือหวยเหยียน... เจ้าสนิทกับเขามากหรือ?” หลังได้คำยืนยันจากจิ่วจิ่วว่านางจะไม่ไป ประกายวาววับก็พาดผ่านดวงตาของเซียวจิ่วเยวียนอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ถามนางต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
จิ่วจิ่วตอบว่า “อืม เขาเป็นอาจารย์ของข้า เขาเลี้ยงข้าจนเติบใหญ่”
สิ่งที่จิ่วจิ่วกล่าวถึงคือโลกเดิมของนาง อาจารย์เป็นผู้เก็บนางซึ่งยังเป็นไข่นกกลับไป และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่
ทว่าเซียวจิ่วเยวียนกลับคิดว่านางพูดถึงเรื่องราวก่อนที่เขากับจิ่วจิ่วจะได้พบกัน
