เมื่อมาถึงคุกหลวง รองหัวหน้าองครักษ์หลี่ก็กลอกตาแล้วกล่าวว่า “ไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเรียกคนมาก่อน”
เซียวจิ่วเยวียนเพียงปรายตามองเขา มิได้ปฏิเสธ
รองหัวหน้าองครักษ์หลี่รีบกุลีกุจอเดินเข้าไป เบิกบานใจที่จะอาศัยบารมีผู้อื่นข่มคน
เขาชี้นิ้วสั่งพวกผู้คุมอย่างวางอำนาจ “ไท่จื่อเสด็จมาแล้ว พวกเจ้ายังไม่รีบคุกเข่าต้อนรับไท่จื่ออีกหรือ?”
“ถวายคำนับไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ” พวกผู้คุมต่างพากันคุกเข่าคารวะเซียวจิ่วเยวียน
เซียวจิ่วเยวียนกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “จวิ้นจู่น้อยของเราอยู่ที่ใด?”
“จวิ้นจู่น้อย?” พวกผู้คุมต่างมองหน้ากันไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
ยังไม่ทันที่เซียวจิ่วเยวียนจะเอ่ยปาก รองหัวหน้าองครักษ์หลี่ก็ชิงกล่าวอย่างร้อนใจ “บังอาจ! กล้าโกหกต่อหน้าไท่จื่อ พวกเจ้ามีกี่หัวกัน?”
“ไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้ว่าจวิ้นจู่น้อยอยู่ที่ใด กระหม่อมจะนำไท่จื่อไปพบจวิ้นจู่น้อยเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบ รองหัวหน้าองครักษ์หลี่ก็คิดจะพาเซียวจิ่วเยวียนเข้าไปในคุกหลวง
เมื่อเซียวจิ่วเยวียนได้ยินว่าจิ่วจิ่วถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง ใบหน้าที่แต่เดิมก็ไร้ความรู้สึกยิ่งเพิ่มความเย็นชาอีกหลายส่วน
“สือหวยเหยียนอยู่ที่ใด?”
วาจาของเซียวจิ่วเยวียนฟังดูมิได้ดังนัก ทว่ากลับแผ่กระจายไปไกล
สือหวยเหยียนซึ่งกำลังมีความผูกพันฉันศิษย์อาจารย์กับจิ่วจิ่วจำเสียงของเซียวจิ่วเยวียนได้ พลันมีสีหน้าเย็นชาลง
เขากล่าวกับจิ่วจิ่วว่า “เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าไปประเดี๋ยวเดียวก็กลับมา”
จิ่วจิ่วถามเขา “ท่านจะไปที่ใด?”
