“ท่านสิงโตเฒ่า แย่แล้ว เสี่ยวเยวียนจื่อกระอักเลือดอีกแล้ว!” จิ่วจิ่วตะโกนเรียกสิงโตเฒ่าอย่างร้อนใจ
สิงโตเฒ่าถลึงตามองเซียวจิ่วเยวียนอย่างขุ่นเคือง ก่อนกล่าวเสียงห้วน “ไม่ต้องช่วยแล้ว ตายไปเสียยังจะสบายกว่า”
ช่วยกลับมาทำไม?
ให้สิ้นเปลืองโอสถที่เขาอุตส่าห์หลอมขึ้นมาหรือ?
ปากสิงโตเฒ่าพูดเช่นนั้น ทว่าก็ยังเดินไปหาเซียวจิ่วเยวียน หยิบเข็มเงินออกมา แล้วปักลงตามจุดชีพจรทั่วร่างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“อย่าขยับเขา!”
จิ่วจิ่วกำลังจะยกเซียวจิ่วเยวียนขึ้นไปวางบนเตียง ก็ถูกสิงโตเฒ่ารั้งไว้
สิงโตเฒ่าจงใจกล่าวว่า “ภายในสองชั่วยาม ห้ามเคลื่อนย้ายร่างเขา ให้เขานอนอยู่ตรงนี้ ค่อย ๆ นอนไปเถิด”
เมื่อเอ่ยถึงสามคำสุดท้าย สิงโตเฒ่าก็เน้นเสียงหนักเป็นพิเศษ
เซียวจิ่วเยวียนถลึงตามองสิงโตเฒ่าราวกับกำลังเตือน แต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นมองไม่เห็น
เขายังจงใจถามจิ่วจิ่วอีกว่า “จวิ้นจู่น้อย มีใครตามหาเจ้าหรือ?”
จิ่วจิ่วตบหน้าผากตนเอง “ตายแล้ว เหตุใดข้าถึงลืมเขาไปได้?”
“เสี่ยวเยวียนจื่อ นอนอยู่ก่อน ข้าออกไปครู่หนึ่ง”
กล่าวจบ นางก็พุ่งออกไปประหนึ่งใต้ฝ่าเท้ามีล้อวายุอัคคี
เซียวจิ่วเยวียนคิดจะรั้งนางไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว
พอจิ่วจิ่วจากไป เซียวจิ่วเยวียนก็เลิกเสแสร้งทันที
ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นจับจ้องสิงโตเฒ่าประหนึ่งคมมีด
สิงโตเฒ่าถอยหลังสองก้าว “อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้สิ มิใช่ข้าที่แย่งบุตรสาวเจ้าเสียหน่อย”
“เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ?” เซียวจิ่วเยวียนกัดฟันกล่าว
จู่ ๆ สิงโตเฒ่าก็ชี้ไปด้านหลังเขาแล้วตะโกนว่า “จวิ้นจู่น้อย เหตุใดเจ้าถึงกลับมาแล้ว?”
เซียวจิ่วเยวียนพลันตัวแข็งทื่อ ก่อนร่างอ่อนยวบล้มลงกับพื้น
