“เจ้าไป”
“เจ้าไป”
“เจ้าเป็นผู้ใหญ่”
“เจ้าเป็นเด็ก”
“เจ้ามีวรยุทธ์”
“เจ้าเกิดมาพละกำลังมหาศาล”
……
จิ่วจิ่วกับเซียวจิ่วเยวียนต่างผลักไสกันไปมา ต่างฝ่ายต่างอยากให้อีกคนเป็นผู้ก้าวไปข้างหน้า
สายเลือดอันใด?
ความถ่อมตนอันใด?
พวกเขาโยนทิ้งไปไกลจนสุดขอบฟ้าแล้ว
“หรือพวกเราอย่าไปกันเลย” เซียวจิ่วเยวียนหยั่งเชิง
จิ่วจิ่วพยักหน้าทันที “ดี”
เมื่อเห็นพ้องกัน ทั้งสองก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวมอง
ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย
ราวกับมีอสรพิษร้ายกับสัตว์ดุร้ายกำลังไล่ตามอยู่เบื้องหลัง ยิ่งเดินก็ยิ่งกลายเป็นวิ่งเหยาะ ๆ
พวกเขาพบเจอสิ่งใดมา เหตุใดจึงมีท่าทีเช่นนี้?
เรื่องทั้งหมดต้องย้อนกลับไปเมื่อครึ่งเค่อก่อน
หลังจากจิ่วจิ่วกับเซียวจิ่วเยวียนค้นหาห้องโดยสารชั้นบนสุดเสร็จ ก็เริ่มมองหาทางลงไปยังห้องโดยสารชั้นล่าง
ค้นหาอยู่นาน ในที่สุดทั้งสองก็พบทางเข้า
ทว่าพวกเขาคาดไม่ถึงว่า ตรงเบื้องหน้าด้านล่างของทางเข้าจะมีหลุมขนาดใหญ่
ภายในหลุมมีงูเต็มไปหมดจนแน่นขนัด
งูพิษหลากสีเหล่านั้นพันเกี่ยวกันจนยุ่งเหยิง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกขังอยู่บนเรือฉิงเทียนนานเกินไปหรือไม่ งูพิษเหล่านี้ถึงได้กลายพันธุ์ไปหมด
จิ่วจิ่วเห็นงูพิษหลายตัวมีหัวถึงสองหัว ทั้งหัวและหางต่างก็เป็นหัว
ภาพประหลาดชวนขยะแขยงนั้นทำให้จิ่วจิ่วสะท้านไปทั้งตัว
ประหลาดเกินไปแล้วจริง ๆ
แต่ห้องโดยสารชั้นล่างที่พวกเขาต้องไปนั้น
มีหลุมงูเป็นทางผ่านเพียงทางเดียว
เซียวจิ่วเยวียนสามารถใช้วิชาตัวเบาทะยานข้ามไปได้
แต่ต้องไม่นับเหล็กแหลมสองข้างทางที่วาววับด้วยแสงเย็นเยียบ เห็นได้ชัดว่ามีพิษร้ายแรง
รวมถึงหัวลูกศรที่เรียงรายแน่นขนัดอยู่ด้านบน
สิ่งเหล่านี้ถูกวางไว้อย่างเปิดเผย ไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย เป็นการเตือนผู้ที่คิดจะฝ่าเข้าไปว่าหากบุ่มบ่ามจะต้องพบกับผลลัพธ์เช่นไร
