สิ่งที่เซียวจิ่วเยวียนชี้ให้จิ่วจิ่วดูคือสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ตรงกลางมีลวดลายคล้ายเปลวเพลิงอยู่กลุ่มหนึ่ง
จิ่วจิ่วเห็นเพียงแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่านั่นคือเครื่องหมายเฉพาะของซือหูหู
เซียวจิ่วเยวียนโน้มตัวเข้าไปพิจารณาเครื่องหมายนั้นด้วย “ดูแล้วยังใหม่มาก คล้ายเพิ่งสลักลงไป”
“แต่เหตุใดซือหูหูถึงมาทิ้งเครื่องหมายไว้ที่นี่ได้เล่า? ข้าก็ไม่เคยบอกเขาว่าเรือฉิงเทียนอยู่ที่แห่งนี้เสียหน่อย”
กล่าวจบ จิ่วจิ่วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกายพลางร้องขึ้นว่า “หรือว่าซือหูหูมิได้ถูกบังคับให้หายตัวไป แต่แอบตามคนที่บุกโจมตีพวกเขามาถึงที่นี่ แล้วลอบทิ้งเครื่องหมายเอาไว้?”
“หากเป็นเช่นนั้น มิเท่ากับพิสูจน์ว่าซือหูหูปลอดภัยดีอยู่หรอกหรือ?”
จิ่วจิ่วกล่าวจบก็เงยหน้ามองเซียวจิ่วเยวียน ดวงตาทั้งสองเป็นประกาย
รอให้เขายืนยันกับตนสักคำ
ทว่าความหวังของจิ่วจิ่วกลับพังทลาย
คำพูดถัดมาของเซียวจิ่วเยวียนโหดร้ายยิ่งนัก ราวกับทิ่มแทงภาพฝันของนางจนแตกกระจาย
“เป็นไปได้ไม่มากนัก เจ้าดูตำแหน่งนี้สิ สะดุดตาเกินไป หากเขาลอบเข้ามาเงียบ ๆ ย่อมต้องหาที่ซ่อนซึ่งมิดชิดกว่านี้ อีกอย่าง เชือกบนพื้นพวกนี้ดูคล้ายใช้มัดคนหรือไม่?”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเซียวจิ่วเยวียน จิ่วจิ่วก็จำต้องยอมรับความจริง
เห็นนางผิดหวังอยู่บ้าง เซียวจิ่วเยวียนจึงลูบจุกผมเล็ก ๆ บนศีรษะพลางเอ่ยว่า “การที่เขาทิ้งเครื่องหมายไว้พิสูจน์ว่าอย่างน้อยยามนี้เขายังปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป”
“อีกอย่าง ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายของสือหวยเหยียน ข้าคิดว่าโอกาสที่เขาจงใจพลาดท่าถูกจับก็มีไม่น้อย”
