ภายในห้องโถงเงียบไปหลายวินาที หานเจิงจ้องทหารสุสานเฮยเฟิงบนหน้าจอ “เข้าไปใกล้ต่อไหม?”
“อย่า”
เฉินฝานชี้ไปยังประตูสุสานในภาพ “เมื่อก่อนเข้าไปในสุสานโบราณเฮยเฟิง ตายแล้วยังฟื้นคืนชีพได้”
“แต่ตอนนี้ใครจะไปรู้ล่ะ?”
หานเจิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า
“หยุดการสำรวจ ปิดล้อมพื้นที่รอบนอก ให้โดรนเฝ้าติดตามต่อไป”
เมื่อตัดสินใจเรียบร้อย เฉินฝานก็ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตตัวเองไปทดสอบว่ากลไกของเกมยังใช้งานได้อยู่หรือไม่ตั้งแต่แรก แถมยังไม่สนใจจะพาคนธรรมดากลุ่มหนึ่งไปบุกเบิกพื้นที่ใหม่อีกด้วย
ฟ้ามืดแล้ว พอออกจากเฮยเฟิงหลิงมาได้ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชื่อผู้โทรที่แสดงบนหน้าจอคือ【เมีย】
เฉินฝานรับสาย “ฮัลโหล?”
“เมื่อไหร่จะกลับ?”
“คิดถึงผมเหรอ?”
“อืม”
ตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเลสักนิด
เฉินฝานเอนหลังพิงเบาะ ยิ้มพลางถามว่า “เพิ่งแยกกันไปไม่นานเองไม่ใช่เหรอ?”
“นานแล้ว”
“ก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง”
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจีจิวเกอจะพูดว่า “เวลาคิดถึงคุณ มันก็นานทั้งนั้น”
เฉินฝานแทบหุบยิ้มไม่ลง
“ใกล้แล้ว”
“รีบกลับมานะ”
“มีธุระเหรอ?”
“ไม่มี”
“งั้นเร่งผมทำไม?”
“อยากเจอคุณ”
เฉินฝานมองหน้าจอที่ดับไปแล้ว หัวเราะอยู่พักหนึ่ง
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงลั่วเสินก็ส่งข้อความมาอีกคน
【ท่านพ่อ เย็นนี้กินหม้ออะไรนั่นกัน】
เฉินฝานครุ่นคิดแล้วตอบกลับไปว่า
【หม้อไฟเหรอ?】
【อืม】
ตามมาติด ๆ ด้วยอีกข้อความ
【ซื้อเนื้อมาเยอะ ๆ】
เฉินฝานตอบตกลง
ข้อความถัดมาเป็นของรัวเชว
【ขากลับช่วยซื้อหนังสือมาสักสองสามเล่ม】
ตามด้วยรายชื่อหนังสือเกี่ยวกับการเงิน
เฉินฝานอ่านอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถามว่า
【เริ่มศึกษาเรื่องนี้แล้วเหรอ?】
【อืม】
สั้นกระชับได้ใจความ เฉินฝานเก็บโทรศัพท์ แล้วคิดว่างานที่ปรึกษาของรัฐบาลนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดดูท่าจะไม่ใช่เฮยเฟิงหลิงจริง ๆ
เขาแวะซื้อหนังสือ แล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ตหิ้ววัตถุดิบทำหม้อไฟมาสองถุงใหญ่
