ห้องไลฟ์เงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนข้อความบนหน้าจอจะทะลักเข้ามารัว ๆ
【งั้นคนที่ผนึกจอมมารนรกโลกันตร์ไว้ในเขตหวงห้ามก็คืออาจารย์ของเธอเหรอ?】
【แน่นอนสิ! เขาบอกเองว่าหมุดผนึกช่องปราณเป็นฝีมือเขา!】
【หลิ่วหลิงเยียนเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แห่งเป่ยชาง แต่ในปากเขากลับเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก】
【จอมมารนรกโลกันตร์อยู่จุดสูงสุดของขั้นเก้า แต่ในปากเขากลับเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน】
【อาจารย์คนนี้เป็นใครกันแน่?!】
มีคนตัดภาพตอนผนึกมารออกมาเผยแพร่
ชายคนนั้นไม่เคยปรากฏตัวในสนามรบเลยตั้งแต่ต้นจนจบ แค่พูดว่า “ไสหัวกลับไป” จอมมารนรกโลกันตร์ก็ถูกโซ่จากเขตหวงห้ามลากกลับลงไปอีกครั้ง
เพียงไม่กี่นาที หัวข้อที่เกี่ยวข้องก็พากันพุ่งติดอันดับค้นหายอดนิยม
【อาจารย์ลึกลับของปรมาจารย์ยุทธ์แห่งเป่ยชาง!】
【พูดแค่ประโยคเดียวก็ผนึกจอมมารขั้นเก้าได้อีกครั้ง!】
【อาจารย์ของหลิ่วหลิงเยียนแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?】
กูเจี้ยนจ้องภาพอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
“เรื่องที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เขารู้ตำแหน่งของหมุดผนึกช่องปราณ”
จิงหงถามว่า “แล้วอะไรล่ะ?”
“เขาไม่ได้มองว่าวันนี้เป็นการผนึกมารอีกครั้งด้วยซ้ำ”
กูเจี้ยนชี้ไปยังช่องเขาที่ปิดลง “เขาแค่เอาสิ่งที่ทิ้งไว้เมื่อก่อนมาใช้อีกครั้งเท่านั้น”
ข้อความบนหน้าจอยิ่งถาโถมหนักกว่าเดิม
【คนอื่นแทบเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสู้กับจอมมาร แต่เขาแค่สะสางเรื่องเก่า ๆ งั้นเหรอ?】
【ก่อนหน้านี้คนคนนี้เคยทำอะไรมาบ้างกันแน่?】
【ทำไมทางการถึงต่อสายโทรศัพท์ของเขาเข้ามาในสนามรบได้โดยตรง?】
【เดี๋ยวนะ เสียงนี้ฉันเคยได้ยินในไลฟ์ไหนมาก่อนหรือเปล่า?】
ข้อความสุดท้ายเพิ่งลอยผ่านไป ก็ถูกข้อความ “อาจารย์เป็นใคร” นับไม่ถ้วนกลบจนมิด
ฮวาหม่านเฉิงไม่ได้ร่วมวงถกเถียง พอเห็นว่าหลิ่วหลิงเยียนเดินได้ค่อนข้างมั่นคง ไหล่ที่เกร็งแน่นของเขาจึงค่อยคลายลง
หล่างหยาตระหนักได้ถึงบางอย่าง จึงนั่งหลังตรงแล้วพูดว่า
