“ซ่งจิ่ง ปากเธอนี่พูดอะไรดี ๆ ไม่เป็นเลยหรือไง!” ซูเสี่ยวเสี่ยงเดือดดาลขึ้นมาทันที “เธอรู้อะไรเรื่องการออกแบบ รู้อะไรเรื่องศิลปะ ถึงกล้ามาวิจารณ์ผลงานฉันส่งเดช! เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร!”
ผู้ชมในสถานที่ถ่ายทำต่างหันมามองซ่งจิ่ง ช่างภาพเองก็รู้ว่าควรจับประเด็นสำคัญ กล้องสองตัวรีบถ่ายภาพระยะใกล้ของซูเสี่ยวเสี่ยงตัวหนึ่ง และของซ่งจิ่งอีกตัวหนึ่ง
ซินหรงขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจที่รายการชี้ประเด็นมาที่ซ่งจิ่งแบบนี้ “คุณซู ซ่งจิ่งเป็นหลานสาวของฉัน เธอเริ่มเรียนอักษรและภาพวาดแนวจีนกับคุณปู่ตั้งแต่อายุหกขวบ ขณะเดียวกันก็เรียนออกแบบเสื้อผ้ากับฉัน คุณบอกว่าเธอไม่รู้เรื่องการออกแบบ ไม่รู้เรื่องศิลปะ เท่ากับกำลังตั้งข้อสงสัยว่าฉันกับคุณปู่ของเธอไม่รู้เรื่องการออกแบบ ไม่รู้เรื่องศิลปะหรือเปล่า?”
ในฐานะนักออกแบบระดับชาติ เสื้อผ้าของบรรดาผู้นำในงานสำคัญหลายงานของเฟิงกั๋ว ล้วนผ่านการออกแบบและลงรายละเอียดขั้นสุดท้ายด้วยมือของซินหรง
ส่วนฮั่นซิงซิวนั้นไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นปรมาจารย์ศิลปะแนวจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกมานานแล้ว
หากแม้แต่พวกเขายังไม่รู้เรื่องการออกแบบ ไม่รู้เรื่องศิลปะ แล้วจะมีใครกล้าบอกว่าตัวเองเข้าใจเรื่องเหล่านี้อีก
ซูเสี่ยวเสี่ยงเริ่มลนลาน จุดประสงค์ที่เธอพาผลงานมาเข้าประกวดวันนี้ ก็เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์
“มะ...ไม่ใช่นะ หลินเหยียนบอกว่าคุณเป็นน้องสาวของเธอ พวกคุณเป็นลูกสาวของตระกูลหลินชัด ๆ ทำไมถึงเป็นหลานสาวของอาจารย์ซินหรงได้ล่ะ?” ซูเสี่ยวเสี่ยงรีบแก้ตัว “อาจารย์ซินหรงคะ หนูเคารพอาจารย์มาก ไม่มีทางลบหลู่อาจารย์แน่นอนค่ะ”
