การเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วของชายวัยกลางคนทำให้ซูหลวนกับพวกไม่ทันตั้งตัว
ซ่งจิ่งสะพายกระเป๋าเป้ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง เดินเอื่อย ๆ เข้าไปในกระท่อมไม้ด้วยตัวเอง ดูไม่เหมือนไปแลกตัวประกันสักนิด กลับเหมือนหัวหน้าโจรพวกนี้กลับบ้านเสียมากกว่า
……
เซียงโยวโยวมองแผ่นหลังของซ่งจิ่งอย่างเหม่อลอย “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนซ่งจิ่งเป็นหัวหน้าของพวกโจรกลุ่มนี้เลยนะ?”
ไม่ต้องพูดถึงเธอ แม้แต่ซูหลวนก็ยังรู้สึกแวบหนึ่งว่าซ่งจิ่งไม่ได้ไปแลกตัวประกัน แต่กลับบ้านต่างหาก
ก็ช่วยไม่ได้ บรรยากาศโจรเต็มตัวที่แผ่ออกมาจากซ่งจิ่งมันแรงเกินไป
ซ่งจิ่งเดินเข้าไปเอง ส่วนตัวประกันสองคนที่ถูกจับมาก็ถูกผลักออกมา เหยียนเจวี่ย์รีบส่งสายตาให้ซูเฟิงทันที “ไปชิงตัวประกันมา นี่นับเป็นคะแนนฝึกด้วย!”
“พวกนายไปชิงตัวมา!” ซูเฟิงรีบสั่งคนจากทีมที่ตามมาด้วยให้เข้าไป
“เหยียนเจวี่ย์ ซูเฟิง พวกนายอยากได้คะแนนฝึกจนไร้ยางอายเกินไปแล้วนะ! นี่เป็นตัวประกันที่ซ่งจิ่งแลกออกมา!” เซียงโยวโยวรีบเข้าไปขวางเป็นคนแรก
“ใครชิงได้ก็ถือว่าคนนั้นช่วยตัวประกันไว้ เราไม่ได้ขอให้ซ่งจิ่งไปแลกสักหน่อย ซ่งจิ่งโง่เอง!” เหยียนเจวี่ย์นึกถึงหมัดที่ตัวเองเพิ่งโดนเมื่อครู่ ก็แค้นจนอยากถลกหนังซ่งจิ่ง
“พวกนายลองเข้ามาชิงดูสิ!” ซูหลวนเดินเข้าไป สารพลังวิเศษค่อย ๆ โอบล้อมกำปั้น
ชายวัยกลางคน “……” พวกมือใหม่กลุ่มนี้ลืมไปแล้วหรือไงว่ายังมีพวก “โจร” อย่างพวกเขาอยู่ด้วย?
ซ่งจิ่งเข้าไปในกระท่อมไม้ ชายสองคนที่ยืนเฝ้าเธออยู่ตรงประตูยังลังเลว่าควรจับเธอมัดไว้ดีหรือไม่ จู่ ๆ ก็เห็นเธอเดินสำรวจรอบกระท่อมหนึ่งรอบ ก่อนหันกลับมาถามว่า “เสบียงอยู่ไหน?”
