เหยียนเชียนชิงทนดูต่อไม่ไหวแล้ว “ฉันออกไปแป๊บหนึ่ง”
“อืม” เซียงเหวินซิงรับคำอย่างไม่ใส่ใจนัก
เหยียนเชียนชิงลงจากรถ เดินไปด้านข้างแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทร อีกฝ่ายอย่างเหยียนเจวี่ย์รับสายอย่างรวดเร็ว “พาทีมเดินวนไปวนมาทำอะไร ซ่งจิ่งกับพวกนั้นหาทางเจอแล้ว อย่างช้าประมาณสี่โมงเย็นก็จะเจอที่คุมขังตัวประกันแล้ว”
เหยียนเจวี่ย์เหลือบมองคนอื่น ก่อนจะถือโทรศัพท์เดินไปด้านข้าง “ลุงเล็ก ผมก็ไม่อยากเสียเวลา แต่เดินอยู่ในป่าทึบแยกทิศทางไม่ออกเลย ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเราอยู่ตรงไหน”
“ไอ้โง่!” เหยียนเชียนชิงด่าเสียงเข้ม “การฝึกครั้งนี้แกต้องได้ที่หนึ่งเท่านั้น”
เหยียนเจวี่ย์โดนด่าจนไม่กล้าส่งเสียง
เหยียนเชียนชิงผ่อนลมหายใจ คลายความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก “ฉันจะให้คนบังคับโดรนมาช่วยชี้ทางจากที่ลับ ตอนนี้พวกแกอยู่ใกล้ที่คุมขังตัวประกันกว่าทีมของซ่งจิ่ง ระวังตัวให้ดี ตามโดรนไป ต้องไปถึงจุดหมายก่อนพวกซ่งจิ่งให้ได้!”
“เยี่ยมเลย!” เหยียนเจวี่ย์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ลุงเล็ก ผมรู้อยู่แล้วว่าลุงต้องช่วยผม”
“ฉันไม่ได้ช่วยแก แต่ช่วยตระกูลเหยียนของเรา ตระกูลเซียงกับตระกูลชีแซงหน้าเราไปไกลแล้ว!”
เหยียนเชียนชิงวางสาย แล้วโทรออกไปยังอีกหมายเลข “เหยียนเจวี่ย์อยู่ทางเหนือ พิกัด 186, 74 เอาโดรนขนาดเล็กแบบไร้เสียงไปชี้ทางให้เขา จำไว้ ทำให้แนบเนียน อย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด”
เซียงเหวินซิงนั่งอยู่ในรถ บันทึกภาพขั้นตอนการโทรศัพท์ของเหยียนเชียนชิงไว้ทั้งหมด แม้แต่เสียงก็อัดไว้ครบถ้วน
ประมาณสี่โมงเย็น ทีมของซ่งจิ่งก็หาบ้านต้นไม้ที่ใช้คุมขังตัวประกันเจออย่างราบรื่น
