รถบรรทุกวิ่งวนไปวนมานานกว่าสามชั่วโมง ในที่สุดก็ขับต่อไปข้างหน้าอีกหลายกิโลเมตร ก่อนจะจอดลง
เมื่อรถไม่เคลื่อนที่ต่อ รอบด้านมีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันยามสายลมพัด กับเสียงนกร้องกู่ก้อง
ทุกคนรออยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้ยินคำสั่งว่าขั้นต่อไปต้องทำอะไร
ซ่งจิ่งยกมือถอดผ้าดำที่ปิดตาออก ไม่ว่าจะคนขับรถหรือเหยียนเชียนชิงก็หายตัวไปหมดแล้ว
“ถอดผ้าออกได้แล้ว”
เซียงโยวโยวได้ยินดังนั้นก็เป็นคนแรกที่กระชากผ้าดำออก หลังจากมองไม่เห็นมานานกว่าสามชั่วโมง จู่ ๆ ก็เจอแสงสว่าง ทำให้ยังปรับตัวไม่ทัน “พวกครูฝึกหายไปไหนกันหมดแล้ว?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนอื่น ๆ ก็ถอดผ้าปิดตาออกตามกัน พอเห็นว่าทั้งคนขับรถและครูฝึกไม่อยู่แล้ว ทุกคนก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? ครูฝึกพาพวกเรามาส่งที่นี่แล้วจะไม่สนใจพวกเราเลยเหรอ?”
“ฝึกภาคสนามสามวัน พวกเราแทบไม่ได้พกน้ำมาสักหยด หรือว่าจะให้หาอาหารกับน้ำดื่มกันเอง แถมยังต้องช่วยตัวประกันด้วย?”
“แบบนั้นจะทำสำเร็จได้ยังไง?”
พวกเขาเป็นแค่มือใหม่ที่เพิ่งฝึกมาได้สามวัน จู่ ๆ ก็ถูกปล่อยให้อยู่กลางป่าเพื่อเอาชีวิตรอด แถมยังต้องช่วยตัวประกันอีก เกือบทุกคนจึงแตกตื่นเหมือนแมลงวันไร้หัว
ซ่งจิ่งหยิบท่อนเหล็กจากรถบรรทุกแล้วกระโดดลงจากรถ สำรวจภูมิประเทศโดยรอบ
แถวนี้น่าจะอยู่ใกล้แม่น้ำ เวลาราวเจ็ดโมงเช้า หมอกปกคลุมทั่วทั้งป่า บรรยากาศดูน่ากลัวชวนให้คนหวาดผวาจริง ๆ
“เพื่อนร่วมชั้นเหยียนเจวี่ย์ ตอนนี้พวกเราควรทำยังไงดี?”
“จะตื่นตระหนกไปทำไม การฝึกภาคสนามเริ่มแล้วไม่ใช่เหรอ? แต่ละทีมก็ได้แผนที่กันหมดแล้ว ดูแผนที่สิ” แผนที่ของทีมเหยียนเจวี่ย์อยู่กับเขา เขาหยิบออกมาดูเพื่อระบุตำแหน่ง “ใครอยากเดินไปกับทีมเรา ก็ตามมาทางนี้!”
