“อย่าเข้ามา!”
เฉินฮุยเห็นป้าคนนั้นพุ่งเข้ามา ก็ขู่เสียงกร้าวทันทีว่า “ไม่ห่วงชีวิตลูกชายแล้วหรือไง!?”
ตอนนั้นเองลูกชายของเธอถึงเพิ่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็ร้องไห้โฮ ดิ้นรนอยากหนี
“ฮ่าวฮ่าว อย่าขยับ! อย่าขยับ...”
เฉินฮุยกระชับแขนที่ล็อกฮ่าวฮ่าวแน่นขึ้น เด็กชายดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตกอยู่ในอันตราย จึงค่อย ๆ หยุดดิ้น มีเพียงน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด
ป้าคนนั้นตกใจจนเบิกตาแทบถลน เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ เมื่อครู่ฮ่าวฮ่าวนั่งไม่ติด ขยับไปมาข้างตัวเธอ แถมยังบอกว่าจะไปห้องน้ำ เธอรู้ว่าที่บอกจะไปห้องน้ำเป็นข้ออ้าง ที่จริงอยากวิ่งไปเล่น แต่เธอก็รำคาญเต็มที คิดว่าปล่อยให้วิ่งจนพอแล้วก็คงสงบลง...
แต่กลับ—
ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ตอนนี้สมองของเธอยังขาวโพลน
เธอถามเสียงสั่น “คุณจะทำอะไร? คุณ...”
รถไฟความเร็วสูงใกล้ออกแล้ว
“คุณ!” เฉินฮุยเชิดคางไปทางหลิงอู๋โหยว “ถือกระเป๋าของฉันออกไป”
ป้าคนนั้นหันไปมองคนที่เขาชี้ ถึงได้รู้ว่าเป็นพนักงานรถไฟไร้มารยาทคนเมื่อครู่นั่น แล้วจะให้เธอวางใจได้อย่างไร? เธอรีบพูดว่า “ฉัน...ฉันช่วยถือกระเป๋าให้คุณเอง...”
