ฮ่าวฮ่าวตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของเฉินฮุย เขาไม่รู้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้กำลังจะพาไปไหน ได้แต่หันหน้าไปทางแม่ไม่หยุด แต่กลับเห็นแม่เอาแต่ร้องไห้พลางส่ายหน้าให้เขา ไม่พูดอะไรสักคำ ฮ่าวฮ่าวรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก จนอดร้องไห้ออกมาอีกครั้งไม่ได้ “แม่... ผมอยากกลับบ้าน...”
คุณป้าคนนั้นเดินตามหลังมา กลั้นน้ำตาไว้พลางปลอบ “ฮ่าวฮ่าว เชื่อฟังแม่นะ...”
ลิฟต์อยู่ตรงหน้า เฉินฮุยกำลังจะกดปุ่มลง ทว่าจู่ ๆ ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว เป็นภาพที่เขายืนอยู่ในลิฟต์ พอประตูลิฟต์เปิดออก ด้านนอกก็มีตำรวจถือปืนเล็งมาทางเขาเต็มไปหมด เฉินฮุยอดสะท้านขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนใจเดินไปอีกทาง
เขาไม่ขึ้นบันไดเลื่อนด้วยซ้ำ แต่เดินลงบันไดไปตรง ๆ
ไม่รู้ว่าเพราะกระเป๋าเดินทางของเขาหนักเกินไป หรือคุณป้าตกใจจนไม่มีแรงกันแน่ เธอหิ้วกระเป๋าใบนั้นราวกับกำลังยกน้ำหนัก แค่เดินลงบันไดไม่กี่ขั้นก็ทุลักทุเลมาก เฉินฮุยไม่มีความอดทนจะรอ จึงเดินลงไปเอง
หลิงอู๋โหยวรักษาตำแหน่งอยู่ระหว่างทั้งสองคน โดยอยู่ใกล้เฉินฮุยมากกว่าเล็กน้อย เธอตาไวสังเกตเห็นว่ามือของเฉินฮุยที่เดิมถือมีดคัตเตอร์อยู่ ดูเหมือนจะย้ายออกจากตัวฮ่าวฮ่าวแล้ว บางทีการอุ้มเด็กด้วยมือเดียวอาจลำบาก มือข้างนั้นจึงกำลังประคองแขนของฮ่าวฮ่าวอยู่ด้วย
เป็นโอกาสดี!
หลิงอู๋โหยวกวาดตามองสถานการณ์รอบตัว แล้วเริ่มวางแผนในใจ
ค่อย ๆ เข้าไปใกล้โดยไม่ให้รู้ตัว จากนั้นฉวยจังหวะเตะข้อพับเข่าให้ล้มลง... อ้อ ยังมีเด็กอีกคน งั้นต้องควบคุมมือขวาที่ถือมีดของเขาไว้ก่อน แล้วปล่อยให้เด็กวิ่งหนีไป ค่อยจัดการที่เหลือทีหลัง อืม เอาตามนี้ ลงบันไดไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน
