“อาคารจินซินนี่ แม้แต่โซนชมวิวชั้น 18 ก็ยังต้องเสียเงินเข้าชม แล้ววิวสวย ๆ บนชั้น 25 จะปล่อยให้ดูฟรี ๆ ได้ยังไง?” หลิงอู๋โหยวยิ้มอย่างมีนัย “เอาวิวมาคิดราคาแล้วขาย ไม่เสียชื่อเกมคนรวยที่พวกนายทุนชอบเล่นจริง ๆ”
สือหยวน: …………
ฉือซีกวานถึงกับร้องอ๋อ “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง แต่ทำเลตรงนี้ดี วิวคงสวยมากแน่ ๆ เมื่อกี้เห็นรูปที่น้องหลิงถ่ายให้คุณนายเจิ้งแล้วก็สวยดีนะ”
“อยากดูขนาดนั้นเลยเหรอ? งั้นก็จัดให้” ซ่งเว่ยอันพูด “ไปกันเถอะ ขึ้นไปชมวิวที่โซนชมวิวชั้น 18 ก่อน”
ฉือซีกวานตาเป็นประกาย “หา? จริงเหรอ?”
“จริงกับผีน่ะสิ!” กวนจื่อผิงเขกหัวเขาอย่างไม่เกรงใจ “ชั้น 19 ถึง 25 เป็นโซนโรงแรม เรายังไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปค้นโรงแรมแพง ๆ แบบนั้นได้ยังไง? ไปดูได้แค่ชั้น 18”
ฉือซีกวานลูบหัวตัวเอง พลางตำหนิความอืดอาดของตัวเอง “อ้อ…”
หลังสองทุ่ม ผู้คนยังเดินขวักไขว่ในตึกจินซิน ทั้งห้าคนมุ่งหน้าไปทางลิฟต์ มองเห็นประตูลิฟต์เปิดอยู่แต่ไกล ข้างในเบียดเสียดกันแน่น ยังมีคนอีกหลายคนขึ้นไม่ไหว ต้องรอรอบถัดไป
กวนจื่อผิงบ่นลอย ๆ “คนเยอะจริง ๆ”
ซ่งเว่ยอันตอบอย่างใจเย็น “รอรอบหน้ากัน”
แต่รอบถัดไปก็ยังมีคนเยอะ คนที่ขึ้นไม่ทันรอบก่อนตรงชั้นหนึ่งเบียดขึ้นไปได้แค่สามคน ลิฟต์ก็เริ่มส่งเสียงเตือน พวกเขาจึงต้องรอต่อไป
ฉือซีกวานสงสัย “เราอยู่ชั้นหนึ่งแล้วนี่ ทำไมยังมีชั้นอยู่ข้างล่างอีกเหรอ? คนเยอะขนาดนี้”
สือหยวนอธิบาย “ข้างล่างยังมีลานจอดรถชั้นใต้ดินสองกับซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดินหนึ่ง” เพราะอย่างนั้น ถึงจะอยู่ชั้นหนึ่ง พวกเขาก็ยังเป็นผู้โดยสารที่ขึ้นลำดับสาม
