หลังเก็บปากคำเจิ้งเซียงเยว่เสร็จ ทั้งสองคนก็เตรียมตัวกลับ
สือเฉินกับเจิ้งเซียงเยว่ก็จะกลับเหมือนกัน ทั้งสี่คนจึงลงลิฟต์ไปพร้อมกัน สือเฉินเห็นว่าลิฟต์ทั่วไปคนเยอะ เลยพาพวกเขาไปขึ้นลิฟต์วีไอพี ซึ่งแทบไม่มีคนเลย สือเฉินสแกนใบหน้าแล้วก็ใช้ได้ทันที
เจิ้งเซียงเยว่แปลกใจมาก “ทำไมใช้ใบหน้าลูกขึ้นลิฟต์นี้ได้ล่ะ”
สือเฉินคร้านจะอธิบายให้แม่ที่เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น กับน้องชายที่วิ่งวุ่นทำคดีอยู่ข้างนอกทุกวันฟังว่ามีบริษัทในตึกย่านทำเลทองแห่งนี้กี่แห่งที่ร่วมมือกับบริษัทของเขา จึงพูดติดตลกว่า “หน้าลูกคุณแม่เป็นวีไอพีสุด ๆ เลยนะครับ”
เจิ้งเซียงเยว่: ?
เธอหันไปมองลูกชายคนเล็ก “ลูกก็ใช้ได้ด้วยเหรอ”
สือหยวนที่แทบไม่เคยมาที่นี่ตอบว่า “น่าจะเป็นเพราะพี่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัทในตึกนี้ครับ แม่อยากใช้ก็ให้พี่ช่วยลงทะเบียนใบหน้าให้ได้”
เจิ้งเซียงเยว่แค่อยากรู้ว่าเพราะอะไร “ช่างเถอะ ฉันไม่อยากทำตัวพิเศษเหมือนบางคนหรอก”
สือเฉิน: ……
เขาหัวเราะเยาะแกมประชด “ถ้าอย่างนั้น เดือนหน้าผมจะยกเลิกสมาชิกระดับสูงของร้านกระเป๋าร้านเสื้อผ้าพวกนั้นให้คุณแม่นะครับ”
เจิ้งเซียงเยว่: ………………
“แกกล้าเหรอ!”
หลิงอู๋โหยวที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ คิดในใจว่า สมเป็นพี่น้องกันจริง ๆ แม้แต่น้ำเสียงชวนหงุดหงิดยังเหมือนกันเลย
ก่อนจากกัน เจิ้งเซียงเยว่ยังจับมือหลิงอู๋โหยว กำชับให้เธอระวังตัว แม้หลิงอู๋โหยวจะไม่รู้ว่าต้องระวังอะไร แต่ก็พยักหน้ารับส่ง ๆ ไปสองที
