“คุณเซียว ขอให้คุณทำใจนะครับ เรื่องการเสียชีวิตของลูกสาวคุณ ทางตำรวจจะพยายามสืบหาความจริงให้ถึงที่สุด” ซ่งเว่ยอันเริ่มต้นอย่างสุภาพ “แต่เราก็ต้องขอความร่วมมือจากคุณในการสอบสวนด้วยครับ”
เซียวอี๋หลับตาลง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอีกครั้ง เธอพยักหน้า เสียงแหบพร่า “ได้ค่ะ”
“ครั้งสุดท้ายที่คุณติดต่อกับเซียวเวยเซี่ยวคือเมื่อไหร่ครับ?”
เซียวอี๋ครุ่นคิด “สองวันก่อน... หรือสามวันก่อนนะคะ จำไม่ค่อยได้แล้ว เราคุยกันในวีแชทอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้คุยกันอีก”
หลิงอู๋โหยวเลื่อนโทรศัพท์ให้ซ่งเว่ยอันดู พอเขากวาดตามองก็เห็นว่าเป็นหัวข้อสนทนาทั่วไปจริง ๆ จึงถามต่อว่า “แล้วครั้งสุดท้ายที่พวกคุณเจอกันล่ะครับ?”
เซียวอี๋ตอบว่า “ก็ช่วงตรุษจีนเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ะ เธอกลับบ้านมาอยู่สี่วันแล้วก็ไป”
“ระหว่างพวกคุณเคยมีเรื่องขัดแย้งกันไหมครับ?”
เซียวอี๋เงียบไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังคิดทบทวน ก่อนจะถามอย่างลังเลว่า
“ไม่รู้ว่านับเป็นเรื่องขัดแย้งหรือเปล่าค่ะ ฉันแค่เร่งให้เธอแต่งงานเร็ว ๆ จะได้มีชีวิตมั่นคง... ดูเหมือนเธอจะเริ่มรำคาญที่ฉันพูดเรื่องพวกนี้ แต่เราก็ไม่ได้ทะเลาะกัน ตอนนั้นแค่บรรยากาศอึดอัดนิดหน่อย ไม่นานก็กลับเป็นปกติแล้ว แม่ลูกจะมีเรื่องบาดหมางกันข้ามคืนได้ยังไงล่ะคะ?”
ซ่งเว่ยอันถาม “เธอมีแฟนแล้วใช่ไหมครับ?”
แม้จะถามเซียวอี๋ แต่เขากลับเหลือบมองหลิงอู๋โหยวไปด้วย ซึ่งอีกฝ่ายเห็น ‘ผู้ต้องสงสัย’ จากประวัติแชตในโทรศัพท์ก่อนแล้ว จึงเข้าใจทันทีและถามว่า “ชื่อลวี่โหยวจวิ้นใช่ไหมคะ?”
เซียวอี๋พยักหน้า “ใช่ค่ะ พวกเขาคบกันมาเกือบสองปีแล้ว ปีนี้เวยเวยอายุ 26 ปี ตอนที่ฉันอายุเท่าเธอ เธอก็เข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว... ฉันเลยอยากให้เธอลองคุยกับโหยวจวิ้นเรื่องแต่งงานดู แต่เธอดูเหมือนจะคิดว่ายังเร็วเกินไป”
ภาพที่ทะเลาะกับลูกสาวยังติดตาอยู่ ทว่าเพียงชั่วข้ามคืนทั้งคู่กลับต้องพรากจากกันตลอดกาล อารมณ์ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน เสียงของเธอสั่นเครือ “ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เวยเวยทำไมถึง...”
