ซ่งเว่ยอันไม่พูดเล่นกับเธอให้เสียเวลา เขาวางภาพกระเป๋าเดินทางตรงหน้าเธอทันที “คุณหลิว คุณคุ้นกับกระเป๋าใบนี้ไหม?”
ใบหน้าของหลิวซู่ที่เดิมมีท่าทีง่วงงุนและเหนื่อยล้า พลันแข็งค้างไปชั่วขณะที่เห็นภาพ
เธอรู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าปฏิกิริยาของตัวเองผิดปกติ แต่ถึงจะรู้ว่าตัวเองเผยพิรุธแล้ว ก็ยังต้องข่มหัวใจที่เต้นกระหน่ำ พยายามแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “คุ้นไม่คุ้นอะไรกัน นี่...ก็แค่กระเป๋าเดินทางธรรมดาไม่ใช่เหรอ? มีอะไรหรือ?”
ซ่งเว่ยอันกล่าวอย่างไม่รีบร้อน “นี่คือกระเป๋าเดินทางที่พนักงานทำความสะอาดของร้านซิงปาปาใกล้อาคารจินซินพบตรงจุดทิ้งขยะหลังร้าน เขาเห็นว่ากระเป๋ายังอยู่ในสภาพดี จึงนำกลับบ้าน กลายเป็นว่าช่วยให้ตำรวจอย่างเราสืบหาเบาะแสต่อได้สะดวก”
“แม้ด้านนอกของกระเป๋าจะถูกทำความสะอาดแล้ว แต่โชคดีที่พนักงานคนนั้นเห็นว่าข้างในค่อนข้างสะอาด จึงไม่ได้จัดการอะไรมาก ทำให้ตำรวจยังเก็บหลักฐานไว้ได้ไม่น้อย ทั้งคราบเหงื่อของคุณและเส้นผมที่ติดอยู่ตรงซิป”
“รู้ไหมว่านั่นหมายความว่าอะไร?” สีหน้าซ่งเว่ยอันเคร่งขรึม “คุณหลิว?”
ในห้องสอบสวนไม่มีเครื่องทำความร้อน ทั้งที่อากาศหนาวจัด เหงื่อเย็นเม็ดหนึ่งกลับไหลลงมาจากหน้าผากของหลิวซู่ “ใช่ ฉันสารภาพ...”
ซ่งเว่ยอันชะงัก นี่ก็สารภาพแล้วหรือ?
หลิวซู่กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ฉันมีรสนิยมประหลาดจริง ๆ ชอบมุดเข้าไปในกระเป๋าเดินทาง ทำตัวเป็นสัมภาระให้คนขนส่ง”
