หลังจากล็อกข้อสงสัยไว้ที่มือซ้าย หลิงอู๋โหยวก็พลันสังเกตเห็นว่า ตอนเขากลับมาตอน 19:24 มือซ้ายสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง และตอนที่พวกเขาหลายคนลุกขึ้นชนแก้วกันกลางคัน มือซ้ายก็ยังคงอยู่ในกระเป๋า ปกติเวลาเขาพูดมักใช้มือทั้งสองข้างประกอบท่าทาง แต่ตอนนี้กลับใช้เพียงมือขวา ส่วนมือซ้ายราวกับถูกผนึกไว้
แม้แต่ตอนท้ายที่เขาดูเหมือนเมาจนต้องมีคนพยุงออกไป มือซ้ายก็ยังซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทที่พาดบนแขน จ้าวอีโหรวจะช่วยถือเสื้อให้ เขาก็ยังยื้อเสื้อไว้ไม่ยอมปล่อย
หลิงอู๋โหยวแทบแน่ใจแล้วว่ามือซ้ายของเขามีปัญหา
ส่วนจะมีปัญหาอะไรนั้นก็เดาได้ไม่ยาก ไม่อย่างมีอะไรเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีอะไรหายไป
ถ้ามีอะไรเพิ่มขึ้น ก็น่าจะเป็นบาดแผล
ส่วนถ้าหายไป…
หลิงอู๋โหยวนึกถึงแหวนทองคำ
แต่จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างไร?
หลิงอู๋โหยวเล่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดให้ทุกคนฟัง จากนั้นทุกคนก็ดูภาพจากกล้องวงจรปิดและหารือกันว่าความคิดของเธอมีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะจะมองว่าข้อสันนิษฐานนี้คิดมากไปเองก็ได้ หรือจะบอกว่ามีพิรุธก็ได้เช่นกัน
ระหว่างฟังเพื่อนร่วมทีมพูดคุยกันไม่หยุด ฉือซีกวานก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวก่อน ฉันไปดูภาพจากกล้องในลิฟต์ก่อนว่ามีจังหวะที่มือซ้ายของเย่โหย่วเฉิงโผล่ออกมาบ้างไหม!”
พูดจบเขาก็รีบผละไป หลิงอู๋โหยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปดูด้วยกันตรงที่นั่งของเขา
สือหยวนเดินตามแฟนสาวไปติด ๆ
