ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง หัวหน้าหน่วยซ่งก็เดินหน้าบึ้งเข้ามาหาเธอ เขาลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “น้องหลิง...รองผู้บัญชาการเรียกเธอไปที่ห้องทำงาน”
หลิงอู๋โหยวรู้สึกเหมือนตอนเรียนที่ถูกเรียกไปพบครู “ค่ะ”
ซ่งเว่ยอันยังคงร้อนใจอยู่ แต่พอเห็นเธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ราวกับไม่ได้ถูกเรียกไปคุย แต่ถูกเรียกไปกินมื้อเที่ยง เขาจึงว่า “ไม่เป็นไร ผมไปเป็นเพื่อน”
หลิงอู๋โหยวกลับบอกว่า “หัวหน้าหน่วยซ่งไปด้วย ก็แค่เพิ่มคนโดนด่าอีกคน ไม่คุ้มเลยค่ะ”
ซ่งเว่ยอัน: …เธอพูดถูก
“ตาแก่นั่นก็พูดอยู่ไม่กี่ประโยค ‘ดูตัวเองสิ มีท่าทางเหมือนตำรวจตรงไหน’ ‘ก่อนทำอะไรใช้สมองบ้างได้ไหม’ ‘เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังพลาดได้ เก่งจริง ๆ นะ’...ผมฟังจนท่องกลับหลังได้แล้ว ไม่สะเทือนอะไรหรอก” ซ่งเว่ยอันยืนกราน “ไปเถอะ ผมไปเป็นเพื่อน”
หลิงอู๋โหยวเห็นว่าหัวหน้าหน่วยซ่งดูอยากไปด้วยมาก จึงตามใจเขา
สือหยวนได้ยินทุกอย่างที่ทั้งคู่พูด เขาลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ผมก็...”
“จะไปแจมทำไม?” ซ่งเว่ยอันโบกมือ “อยู่ที่นี่แหละ”
สือหยวนจึงได้แต่รออยู่ที่เดิม มองพวกเขาจากไปอย่างไม่วางใจ
“ไม่ต้องห่วง” กวนจื่อผิงปลอบ “ไม่มีอะไรหรอก ใครบ้างไม่เคยถูกรองผู้บัญชาการเรียกไปคุย? ทำงานไปนาน ๆ ก็ต้องมีสักครั้ง อย่าดูถูกผมเชียว ผมโดนมาแล้วตั้งหลายหน แต่ดูสิ ตอนนี้ก็ยังอยู่ดีตรงนี้ไม่ใช่หรือ?”
ฉือซีกวานทำหน้าเหนื่อยใจ “แต่ผมไม่เคยถูกเรียกไปคุยเลย...”
