กวนจื่อผิงถามอย่างสงสัยว่า “แต่เฉินฮุยรู้ได้ยังไงว่ามีตำรวจอยู่?”
หลิงอู๋โหยวนึกถึงเหตุการณ์บนชานชาลา “ตอนเฉินฮุยพูดว่า ‘ฉันรู้ว่าพวกคุณเป็นตำรวจ’ เหมือนเขาตะโกนไปทางผู้กองหลิวนะ เขาอาจรู้จักผู้กองหลิวก็ได้”
ซ่งเว่ยอันได้ยินดังนั้นก็เดาว่า
“คงมีประวัติมาก่อน ตอนมาที่สถานีก็เคยเจอกันล่ะมั้ง ก่อนหน้านี้ผมทำคดีหนึ่ง ผู้ต้องสงสัยก็จำผมได้เหมือนกัน แต่ผมกลับนึกหน้าเขาไม่ออก ไม่เคยรับผิดชอบคดีของเขาด้วย ยังมีบางคนที่ไวต่อเรื่องตำรวจเป็นพิเศษ แต่เอาเข้าจริง พอเป็นตำรวจมานาน ตัวเราก็มีกลิ่นของตำรวจติดตัวอยู่เหมือนกัน”
“งั้นเหรอ?” กวนจื่อผิงไม่ค่อยเชื่อ “แล้วทำไมถึงมีคนเข้าใจผิดว่าผมเป็นอันธพาลอยู่เรื่อย?”
ซ่งเว่ยอันหัวเราะเยาะ “บางทีก็ลองหาสาเหตุจากตัวเองบ้างสิ ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วยังทำตัวเหลาะแหละเหมือนเดิม เคยทบทวนตัวเองบ้างไหม?”
กวนจื่อผิง: …
มื้อนี้เขากินต่อไม่ลงแล้ว!
กินเสร็จ พวกเขาเดินเล่นรอบนอกกันสักพักเป็นการย่อยอาหาร ก่อนจะกลับไปที่สำนักงาน แต่พอเพิ่งมาถึงโถงชั้นหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านใน
ทั้งกลุ่มเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น สือหยวนตัวสูง มองปราดเดียวก็เห็นหญิงคนหนึ่งในกลุ่มกำลังตื่นเต้นสุดขีด เธอคือแม่ของฮ่าวฮ่าว ดูเหมือนกำลังจะไปที่ไหนสักแห่ง ปากก็ร้องซ้ำ ๆ ว่า “คืนลูกชายฉันมา” “ฮ่าวฮ่าวของแม่” คนที่พยายามขวางเธอไว้คือผู้กองหลิวกับคนอื่น ๆ
