หลิวเหนิงทำหน้างุนงง “...หา?”
เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าใครพูดถึงเรื่องนี้ การประชุมครั้งก่อนมีพูดถึงด้วยหรือ? ไม่สิ... ใครจะตั้งใจฟังการประชุมแบบนั้นกันล่ะ เขาใจลอยตลอดทั้งงาน ถ้ามีเรื่องสำคัญจริง ๆ ปกติหลังประชุมก็คงถูกเรียกให้อยู่ต่อแล้ว
หลิงอู๋โหยวเห็นผู้กองหลิวทำหน้าเหวอ จึงพูดตรง ๆ ว่า “ถ้าการบรรจุเป็นพนักงานประจำของฉันมีปัญหา คุณต้องช่วยพูดให้หน่อยนะ ฉันช่วยคุณไปแล้ว...รวมครั้งนี้ก็สองครั้ง”
คราวนี้หลิวเหนิงเข้าใจแล้ว ที่แท้ก็รอให้เขาช่วยนี่เอง
สาวน้อยคนนี้ฉลาดไม่เบา
“โธ่ พูดอะไรอย่างนั้น กรมตำรวจเมืองไห่โจวของเราต้องการคนมีความสามารถยอดเยี่ยมอย่างน้องหลิง จะปล่อยให้เธอไปได้ยังไง? เรื่องนี้ผมไม่ยอมเด็ดขาด!” หลิวเหนิงตบอก สีหน้าราวกับจะบอกให้เธอวางใจ “ผมทำงานที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว คำพูดก็ยังมีน้ำหนักอยู่ เธอสบายใจได้!”
รุ่นพี่รับปากหนักแน่นขนาดนี้ หลิงอู๋โหยวจึงพยักหน้าอย่างรู้ความ “ถ้าอย่างนั้นรบกวนผู้กองหลิวด้วยนะคะ เรื่องพรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับหัวหน้าหน่วยซ่งเอง”
“ได้ ๆ ๆ!” หลิวเหนิงยิ้มจนตาหยี หางตาย่นเป็นริ้ว “เด็กดี!”
เขากระโดดลุกขึ้น เดินไปอย่างกระฉับกระเฉงได้สองก้าวก็วกกลับมา “แล้วทางสือหยวน...”
หลิงอู๋โหยวมีสีหน้าเป็นปกติ “ถ้าเขาว่างก็ไปด้วยกันค่ะ ถ้าไม่ว่าง ฉันไปคนเดียวก็ได้ แค่คนร้ายฆ่าคนคนเดียวเองไม่ใช่หรือคะ?”
แค่...คนร้ายฆ่าคนคนเดียว?
