เหมียวชิ่งโหยวส่ายหน้า “มะ...ไม่ครับ... พวกเขายังไม่ให้เงินที่ตกลงกันไว้กับผมเลย!”
ซ่งเว่ยอันถาม “ทำไมพวกเขาถึงเลือกให้คุณช่วยทำเรื่องนี้?”
“คะ...คงบังเอิญมั้งครับ” เหมียวชิ่งโหยวหลุบตาวูบหนึ่ง “ผมไปส่งอาหารที่บ้านพวกเขา พวกเขาอาจเห็นว่าผมมีพรสวรรค์ด้านลักพาตัวคน ก็เลยคิดจะใช้เงินซื้อผมพอดี... แล้วผมก็ไม่มีเงินด้วย...”
พรสวรรค์ด้านลักพาตัวคน...
ซ่งเว่ยอันหันหน้าหนี กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
สือหยวนถาม “แล้วพวกเขาสั่งให้คุณทำเรื่องต่าง ๆ ยังไง? โทรศัพท์มาหรือ?”
“มะ...ไม่ใช่ครับ... พวกเขาจะซ่อนกระดาษโน้ตไว้ชั้นล่างของตึก 4 แล้วให้ผมไปดูตอนหกโมงเย็น อ่านเสร็จแล้วก็ต้องเอากลับไปวางที่เดิม...”
ซ่งเว่ยอันกุมขมับ “เขาบอกให้เอากลับไปวาง คุณก็ทำตามจริง ๆ เหรอ? ไม่รู้จักถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานหรือไง?”
“ผะ...ผมไม่กล้าครับ” เหมียวชิ่งโหยวตอบ “พวกเขาบอกว่าถ้าทิ้งหลักฐานไว้ พอตำรวจตามเจอ ผมก็จบเห่แน่!”
หลิงอู๋โหยวหัวเราะเบา ๆ “ตอนนี้คุณไม่มีหลักฐานต่างหาก ถึงได้จบเห่แล้ว”
เหมียวชิ่งโหยว: …
“ผมไม่รู้ว่าตำรวจเก่งขนาดนี้... เพิ่งไม่กี่วันก็... ตามมาถึงบ้านผมแล้ว” เขาขยับตัวบนโซฟา พยายามหาท่านั่งที่สบาย แต่พอซ่งเว่ยอันถลึงตามองก็ไม่กล้าขยับอีก
“คุณดูถูกพวกเราไปหน่อยจริง ๆ” ซ่งเว่ยอันหัวเราะเยาะ “ตอนหาเรื่องกงไม้ไม้ยังไม่ยอมใส่หน้ากากเลย กลัวพวกเราหาคุณไม่เจอหรือไง?”
