หลิงอู๋โหยวจ้องตาเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง จนอีกฝ่ายเบือนสายตาหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เธอถึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ เหรอ?”
เฉินซิ่วอิงทั้งตื่นตระหนกในใจและสีหน้าก็ลนลาน “ไม่รู้ค่ะ... สามีฉันก็แค่คนส่งอาหาร หรือว่า... เขาแอบกินอาหารของคนอื่นเหรอคะ?”
หลิงอู๋โหยว: ...
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไม่ถึงตาเธอต้องจัดการ
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแสดงเก่งเกินไป หรือไม่รู้อะไรจริง ๆ หลิงอู๋โหยวอยากล้วงข้อมูลจากปากเธอให้ได้ จึงพูดอย่างเป็นมิตรว่า “ยืนทำอะไรอยู่คะ นั่งก่อนสิ”
เฉินซิ่วอิงเป็นหญิงวัยกลางคนที่ไม่รู้หนังสืออย่างที่เห็นได้ชัด นิสัยขี้ขลาดและอ่อนแอ คนประเภทนี้มักหวาดกลัวและยำเกรงผู้มีตำแหน่ง ต่อให้คนตรงหน้าจะเป็นเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเธอเป็นสิบปี เธอก็ยังไม่กล้าทำตัวตามสบาย
ทั้งที่นี่เป็นบ้านของเธอแท้ ๆ
“อ้อ...” เฉินซิ่วอิงดึงเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดออกมา แล้วค่อย ๆ นั่งลง
หลิงอู๋โหยวกวาดตามองรอบ ๆ บ้านคนยากจนที่แสนธรรมดา เธอกำลังจะถามอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะจากข้างนอก
ก็นั่นแหละ หัวหน้าหน่วยซ่งกับสือหยวนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะไล่ตามชายวัยกลางคนไม่ทันได้อย่างไร?
หลิงอู๋โหยวหันไปก็เห็นซ่งเว่ยอันคุมตัวเหมียวชิ่งโหยวเข้ามา อีกฝ่ายถูกบิดแขนไพล่หลัง ข้อมือสวมกุญแจมือ ขณะถูกลากเข้ามาก็ร้องโอดครวญไปตลอดทาง
สีหน้าซ่งเว่ยอันไม่สู้ดี “อยู่นิ่ง ๆ!”
