สือหยวนยืนอยู่ข้างเธอ เห็นเธอขมวดคิ้วแน่นก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “อู๋โหยว สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย ไม่เป็นไรใช่ไหม”
หลิงอู๋โหยวโบกมือ ไม่อยากอ้าปากพูด
เธอบ่นอยู่ในใจ รู้สึกว่ากลิ่นศพยังหอมกว่ากลิ่นห้องน้ำผสมน้ำหอมปรับอากาศเสียอีก
เดินไปถึงห้องส้วมห้องในสุด ประตูปิดอยู่ สือหยวนเห็นเธอรู้สึกไม่สบายจึงเดินเข้าไปดึงประตูเปิดก่อน ห้องส้วมเล็กมาก มองปราดเดียวก็เห็นภายในทั้งหมด
ในห้องส้วมที่สกปรก มีศพหญิงนั่งอยู่บนพื้นในท่าทางบิดเบี้ยว ขาทั้งสองงอเข้าด้านในเป็นท่านั่งเข่าชิดกัน ขาข้างหนึ่งห้อยพาดอยู่บนอีกข้าง มือทั้งสองข้างห้อยไร้เรี่ยวแรงอยู่บนต้นขา ศีรษะเอียงพิงผนัง ดวงตาเบิกโพลง ใบหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว ปากที่ทาลิปสติกเผยอเล็กน้อย มีสีแดงเกินขอบปาก ดูเหมือนทาลิปสติกไม่เรียบ หรือไม่ก็มีอะไรไปเช็ดเลอะขอบปาก
ศพไม่มีเลือดและไม่มีบาดแผลภายนอกที่เห็นได้ชัด
สือหยวนละสายตาจากศพแล้วเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อม ห้องน้ำนี้แม้จะเก่าทรุดโทรม มีคราบสกปรกที่เช็ดออกได้ยากอยู่ทั่ว แต่โดยรวมก็ยังถือว่าสะอาด อย่างน้อยก็ไม่มีสิ่งขับถ่ายที่ชวนสะเทือนใจหรือกระดาษทิชชูเกลื่อนกลาด
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย เห็นสิ่งของทรงกระบอกแบนยาวอยู่บนพื้นข้างมือศพ สือหยวนเพ่งมองให้ชัด เป็นบุหรี่ไฟฟ้า
เขาสูดดมอากาศตรงหน้าอย่างละเอียด พยายามมองข้ามกลิ่นเหม็นเหล่านั้น แต่กลับไม่ได้กลิ่นควันบุหรี่ มีเพียงกลิ่นหวานประหลาดจาง ๆ สือหยวนบอกไม่ถูกว่ามันคือกลิ่นอะไร ขณะที่กำลังครุ่นคิด ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย
