ซ่งเว่ยอันนึกถึงคำพูดของหมอนิติเวชจางที่เพิ่งพูดไป จึงถามต่อว่า “ก่อนจะไปห้องน้ำ เธอกินอะไรเข้าไปหรือเปล่า”
จูเฟยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พวกเราเรียนคาบพลศึกษากันจนเหนื่อย ต่างคนต่างพกน้ำมาเองค่ะ... อวี่อันไม่ได้กินอะไร แค่ดื่มน้ำไปนิดหน่อย”
“น้ำอยู่ไหน”
จูเฟยเฟยชี้ไปไม่ไกล “ชั้นเรียนของพวกเราเรียนคาบพลศึกษาอยู่ตรงนั้นค่ะ น้ำก็วางรวมกันไว้ที่เดียว”
เธอพาหลิงอู๋โหยวและคนอื่น ๆ เดินไปยังจุดนั้น ห่างออกไปราวยี่สิบถึงสามสิบเมตร พวกเขาเห็นขวดน้ำแร่หลายขวดอยู่ใต้ต้นไม้ มีแก้วน้ำปะปนอยู่ด้วย ข้าง ๆ ยังมีกระเป๋าใบเล็กอีกหลายใบ คงเพราะเกิดเหตุขึ้นกะทันหัน ตอนนักศึกษาถูกสั่งให้แยกย้ายกันจึงไม่มีเวลาเก็บของของตัวเองไป
ฉือซีกวานกวาดตามองคร่าว ๆ ขวดน้ำแร่มีอย่างน้อยสิบเจ็ดสิบแปดขวด ส่วนแก้วน้ำก็มีเจ็ดแปดใบ “คุณรู้ไหมว่าใบไหนเป็นของจางอวี่อัน”
จูเฟยเฟยก้มลงหยิบแก้วน้ำใสสีส้มเหลืองขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปยังขวดน้ำแร่ข้างแก้ว “น่าจะขวดนี้ค่ะ ฉันจำได้ว่าน้ำแร่ของอวี่อันวางอยู่ข้าง ๆ ของฉัน”
ซุนผิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยเสริม “ฉันก็จำได้ว่าเป็นขวดนี้”
หลิงอู๋โหยวสวมถุงมืออยู่แล้ว เธอหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมา พบว่าน้ำข้างในยังเหลืออยู่มาก พร่องไปเพียงสองสามอึกเท่านั้น เธอลองหมุนฝาขวดดู พบว่าหลวมอยู่เล็กน้อย แสดงว่าเคยถูกเปิดแล้วจริง ๆ
สือหยวนหยิบถุงเก็บวัตถุพยานออกมาอย่างคล่องแคล่ว เปิดปากถุงให้หลิงอู๋โหยวใส่ขวดลงไป
ซ่งเว่ยอันเหลือบมองแก้วน้ำในมือจูเฟยเฟย ใช้มือข้างหนึ่งเท้าสะเอว ก่อนจะพูดขึ้นกะทันหันว่า “เก็บแก้วน้ำพวกนี้ไปให้หมด กลับไปตรวจดูด้วย ถ้ามีนักศึกษาคนไหนต้องการค่าชดเชย รบกวนคุณฟางช่วยจดรายชื่อไว้ให้หน่อย แล้วเราจะชดใช้ให้พร้อมกัน”
