หญิงสาวชี้หน้าเธอ “คุณเย็นชา! ไร้หัวใจ! เห็นแก่ตัว!”
หลิงอู๋โหยวพยักหน้า “ใช่ แล้วยังไง? แจ้งตำรวจสิ”
เธอมองเด็กชายที่นั่งน้ำมูกไหลอยู่บนพื้น แล้วหันไปมองผู้หญิงคนนั้น ก่อนยิ้มหวาน “แจ้งตอนนี้เลยสิ มาดูกันว่าตำรวจจะจับคุณที่พาลูกชายเข้าห้องน้ำหญิง หรือจับฉันที่เย็นชา ไร้หัวใจ เห็นแก่ตัว”
มือของผู้หญิงสั่นขึ้นมา เธออดไม่ได้จนต้องถอยหลังไปสองก้าว คิ้วขมวดแน่น “คะ...ทำไมบนโลกนี้ถึงมีคนไร้หัวใจอย่างคุณด้วย!”
“ฉันมันคนไร้หัวใจอยู่แล้วนี่” หลิงอู๋โหยวยกมุมปาก “แต่รู้ไหมคะ คุณป้า ต่อให้ลูกชายคุณถูกพวกลักเด็กจับตัวไปต่อหน้าฉัน คนไร้หัวใจอย่างฉันยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ถูกจับหรอกนะ”
“แต่ว่านะ” เสียงของเธอใสกังวานและไพเราะ เธอชี้ไปยังคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หรืออยู่ในห้องส้วม “คนอย่างพวกเธอที่มีน้ำใจ มีมนุษยธรรม ไม่ตำหนิคุณกับลูกชาย กลับต้องถูกคุณกดดันด้วยศีลธรรมจนต้องปล่อยให้คนทำผิดได้ใจ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวสองคนนั้นก็ละอายใจจนก้มหน้าลง
แต่คุณป้าคนนี้ไม่มีทางละอายหรอก เธอเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่ของลูกนี่นา ไม่นานก็รู้ตัวว่าถ้าเถียงกันต่อคงชนะอีกฝ่ายไม่ได้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ฉันฟังไม่รู้เรื่องว่าคุณพูดอะไร ฉันรู้แค่ว่าคุณพูดกับลูกฉันเรื่องตัดไอ้จู๋น้อย ทำให้ลูกฉันได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง! ฉันเรียกร้องให้คุณขอโทษ!”
หลิงอู๋โหยว “ฮ่า ๆ”
“ขอโทษ!”
หลิงอู๋โหยวหยิบโทรศัพท์ออกมา “ให้ฉันแจ้งตำรวจให้ไหม”
คุณป้า: ...
เรื่องนี้ไม่เหมือนที่เธอคิดไว้ เธอจึงคว้าข้อมือของหลิงอู๋โหยวไว้ “ฉันไม่ต้องการแจ้งตำรวจ ฉันต้องการให้คุณขอโทษ!”
หลิงอู๋โหยวสะบัดมือเธอออกอย่างง่ายดาย “ฮ่า ๆ”
คุณป้า: ...
โมโหจนจะตายอยู่แล้ว!
เห็นเธอกำลังจะกดเข้าไปยังหน้าสำหรับโทรออก คุณป้าที่รู้ตัวว่าตนเองเสียเปรียบก็ถลึงตาใส่เธออย่างเคียดแค้น ก่อนอุ้มลูกชายที่ร้องไห้จนหมดแรงขึ้นมาเตรียมกลับ ลูกชายอายุแปดขวบแล้ว เธออุ้มได้ค่อนข้างลำบาก แต่ก่อนจากไปก็ยังหันมาทิ้งคำขู่ไว้
