เดินช้อปปิ้งเสร็จ ก็ถึงคราวกินข้าว สองคนกินไปคุยไป หลิงอู๋โหยวเล่าคดีของเฉิงกุยให้หลินอิ่งฟัง หลินอิ่งด่าไปหลายคำ ก่อนจะถอนใจออกมาว่า
“ฉันค้นพบข้อดีอีกอย่างของการเป็นเพื่อนกับแกแล้ว”
หลิงอู๋โหยวเลิกคิ้ว “หือ?”
หลินอิ่งทำสีหน้าลึกล้ำ “ได้ฟังวิเคราะห์คดีฟรี ๆ ไม่ต้องเสียเงิน”
หลิงอู๋โหยว: …
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบสนอง หลินอิ่งก็นึกเรื่องอื่นขึ้นมาได้ “จริงสิ เรื่องที่ฉันฝากให้แกช่วยหาหนุ่มหล่อให้ล่ะ หาได้ถึงไหนแล้ว?”
ใบหน้าของคนสามคนผุดขึ้นมาในหัวหลิงอู๋โหยว เธอยังจำได้ว่ากวนจื่อผิงกับฉือซีกวานเคยบ่นว่าถูกเร่งให้แต่งงาน จึงคิดว่าโอกาสสละโสดแบบนี้ไม่ใช่มาเองหรอกหรือ แล้วเอ่ยว่า
“ตอนนี้ฉันรู้จักคนไม่มาก คนอื่นฉันไม่รู้ว่าจะเชื่อถือได้หรือเปล่า แต่ในทีมฉันมีผู้ชายโสดอยู่สามคน ทุกคนไม่เลวเลย คนแรกชื่อกวนจื่อผิง อายุสามสิบแล้ว แก่กว่าแกนิดหน่อย เป็นคนมีความรับผิดชอบ…”
หลิงอู๋โหยวเปิดรูปขึ้นมา เป็นรูปที่เธอถ่ายตอนอยู่ในที่เกิดเหตุ มีพี่กวนติดเข้ามาในภาพพอดี รูปค่อนข้างเบลอ แต่ก็ยังเห็นหน้าอยู่
