คำสุดท้ายแทบเป็นเสียงตะโกนด้วยความโกรธ เสียงแหบพร่า
เรื่องที่เธอเผชิญมาย่อมชวนให้คนเห็นใจ ซ่งเว่ยอันฟังแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้ จึงเลื่อนแก้วน้ำตรงหน้าเธอไปให้ น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างกระอักกระอ่วน “ดื่มน้ำสักหน่อย ใจเย็นก่อนนะ คุณอู๋”
คุณอู๋มีปฏิกิริยารุนแรง “อย่าเรียกชื่อนี้! ฉันชื่อเฉินเวยเทียน!”
ซ่งเว่ยอันรีบพูด “ได้ ๆ เฉินเวยเทียน คุณเฉิน”
เฉินเวยเทียนยกแก้วขึ้นดื่มอยู่นาน จนกระทั่งน้ำหมดแก้ว
หลิงอู๋โหยวเห็นเธอหอบจนแทบหายใจไม่ทัน จึงลุกขึ้นไปรินน้ำให้อีกแก้ว
“ขอบคุณ” เฉินเวยเทียนรับแก้วน้ำไป
หลิงอู๋โหยวเห็นเธอดื่มจนเกือบหมดแล้ว จึงเอ่ยว่า “เล่าต่อได้เลย”
เฉินเวยเทียนเล่าต่อ “ตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังไม่มีประจำเดือน เยว่เจี้ยนซือเลยทำกับฉันอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น เขาล่วงละเมิดฉันเรื่อยมา จนกระทั่งฉันเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำกับฉัน…หมายความว่าอย่างไร ฉันถึงพยายามต่อต้าน แต่ฉันไม่มีแรง และไม่มีความกล้าพอ”
ซ่งเว่ยอันทนไม่ไหวจึงถาม “อยู่บ้านเดียวกัน พานฟางไม่รู้เรื่องเลยหรือ?”
เฉินเวยเทียนเหลือบมองเขา
“เดิมทีฉันคิดว่าพานฟางไม่รู้ แต่ตั้งแต่วันหนึ่งเป็นต้นมา จู่ ๆ เธอก็หาเรื่องฉันอยู่เสมอ แถมตอนตีฉันยังลงมือหนักกว่าเดิม ตอนแรกฉันคิดว่าเธอแค่อารมณ์ร้ายขึ้น แต่ต่อมาก็ค่อย ๆ จับทางได้ว่าเธอมักจะตีฉันหลังจากเยว่เจี้ยนซือล่วงละเมิดฉัน…ฉันถึงได้เข้าใจ ที่แท้เธอรู้มานานแล้ว แต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ”
