เฉินเวยเทียนยกน้ำขึ้นดื่มอีกอึก
“ฉันเรียนรู้หลายอย่างจากโทรศัพท์ ทั้งวิธีเก็บหลักฐาน วิธีแจ้งตำรวจ และเรื่องอื่น ๆ ฉันเริ่มพยายามต่อต้าน บอกเยว่เจี้ยนซือว่าถ้ายังทำกับฉันแบบนี้อีก ฉันจะแจ้งตำรวจ เขาตบตีฉันไปพลางสั่งสอนไปพลาง เขาไม่เชื่อเลยว่าฉันจะกล้าทำแบบนั้น”
“ฉันบอกว่าไม่อยากอยู่บ้านนี้อีกแล้ว อยากไป เยว่เจี้ยนซือบอกว่าถ้าฉันกล้าไป เขาจะตีขาฉันให้หัก จะได้ออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ตลอดชีวิต ส่วนพานฟางบอกว่าพวกเขาเลี้ยงดูฉันมาตั้งหลายปี ฉันไม่เคยตอบแทนอะไรเลย ยังคิดจะไปอีก เป็นคนเนรคุณเกินไปแล้ว...”
“ตั้งแต่นั้นมา พวกเขาก็จับตาดูฉันเข้มงวดกว่าเดิม ถึงขั้นขังฉันไว้ในบ้านจริง ๆ ไม่ยอมให้ไปโรงเรียน ฉันแทบไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับโลกภายนอก ไม่มีทางเลือก ฉันจึงทำได้แค่แจ้งตำรวจ โชคดีที่พวกเขาไม่รู้ว่าฉันมีโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นฉันคงแจ้งความไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“เพราะถูกเยว่เจี้ยนซือรังแกมาเป็นเวลานาน แถมปกติก็กินไม่ดีจนขาดสารอาหาร พอขึ้นมัธยมต้นปีสองฉันก็ยังไม่มีประจำเดือน แต่เยว่เจี้ยนซือคงกลัวไว้ก่อน ตั้งแต่ฉันอยู่มัธยมต้นปีหนึ่งเขาก็เริ่มป้องกันแล้ว วันที่แจ้งตำรวจ ฉันชี้ไปที่ของใช้แล้วในถังขยะแล้วบอกตำรวจว่านั่นคือหลักฐานที่เขาข่มขืนฉัน”
“พานฟางพุ่งเข้ามาตบหน้าฉันฉาดหนึ่ง บอกว่านั่นเป็นของที่เธอกับเยว่เจี้ยนซือใช้กันชัด ๆ ถามว่าทำไมฉันถึงได้สกปรกน่ารังเกียจขนาดนี้ ตกลงต้องการอะไรกันแน่... เธอด่าฉันต่อหน้าตำรวจคนนั้น บอกว่าฉันไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวมาตั้งแต่เด็ก เอาแต่ยั่วยวนผู้ชายไปทั่ว ฉันมันคิดร้าย...”
