อู๋รั่วซินจ้องเอกสารหลายฉบับนั้นอยู่นาน หากเธอตั้งใจอ่านจริง ๆ หรือมีความเชื่อมั่นมากกว่านี้อีกสักหน่อย เธอคงสังเกตเห็นว่าขาดรายงานเปรียบเทียบดีเอ็นเอจากเสื้อผ้าสมัยเด็กของเธอไปหนึ่งฉบับ บางทีเรื่องนี้อาจช่วยให้เธอฝืนทนต่อไปได้นานขึ้นอีกหน่อย แต่ก็แค่หน่อยเดียวเท่านั้น
แต่ในเวลานี้ แรงกระแทกจากการที่ตัวตนปลอมของเธอถูกเปิดโปงทำให้เธออ่านตัวหนังสือเหล่านั้นไม่เข้าหัว เธอเพียงจ้องกองเอกสารตรงหน้า ในสมองสับสนวุ่นวายปนเปกันไปหมด แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เหนื่อยเหลือเกิน
อู๋รั่วซินคิดว่า หรือเป็นเพราะเพิ่งเลิกกะดึกแล้วยังไม่ได้พักกันนะ
เวลานั้นเอง เธอก็ได้ยินตำรวจหญิงน่ารำคาญคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้งว่า “เอ่อ คุณอู๋ ยังจำป้าหยาง ได้ไหมคะ? ก็คือคุณป้าคนที่อยู่บ้านข้างตระกูลเยว่ ตอนที่คุณยังเป็นเยว่ซินน่ะค่ะ”
อู๋รั่วซินจำได้แน่นอน คุณป้าคนนั้นเคยจะเอาขนมมาให้เธอกินหลายครั้ง หรือไม่ก็ชวนเธอไปกินข้าวที่บ้าน แต่เธอปฏิเสธทุกครั้ง
หลิงอู๋โหยวถามว่า “ป้าหยาง ใจดีและกระตือรือร้นมากเลยนะคะ พวกเราได้ฟังเรื่องน่าสนใจจากเธอมาบ้าง คุณอยากฟังไหม?”
อู๋รั่วซินพยายามข่มความเหนื่อยล้าแล้วลืมตาขึ้น ก่อนขยับนั่งตัวตรงเล็กน้อย
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เรื่องที่ได้ฟังจากฉันต้องสนุกกว่าที่เธอเล่าให้พวกคุณฟังแน่”
เมื่อเห็นว่าเธอมีท่าทีจะเล่า หลิงอู๋โหยวจึงตอบว่า “ฉันตั้งใจฟังอยู่ค่ะ”
“ก่อนหน้านั้น” อู๋รั่วซินเอ่ยขอ “ฉันอยากรู้ว่าเยว่เฉิงไฉเป็นยังไงบ้าง”
