หลิงอู๋โหยวปล่อยมืออีอี แล้วหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะชามาเช็ดมือ
มือของเด็กคนนี้นุ่มนิ่มแถมยังชุ่มเหงื่อ น่าขยะแขยงชะมัด
ฉือซีกวานไม่รู้ว่าหลิงอู๋โหยวมองออกได้อย่างไรว่าเหยียนจื่อชิงทำร้ายตัวเอง แต่ตอนนี้เขาก็ถามไม่ได้ ได้แต่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ทำท่าราวกับกำลังครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ตำรวจน้อยเว่ยเก็บตุ๊กตาหมีที่หลิงอู๋โหยวโยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วส่งคืนให้อีอี จากนั้นก็หยิบลูกกวาดที่เธอไม่ได้เอาไปเมื่อครู่ใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของเด็ก ก่อนเอ่ยอย่างสุภาพว่า
“คุณเหยียน ผมเข้าใจว่าคุณไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายในอดีตมารบกวนชีวิตตอนนี้ แต่แทนที่จะหลบหนี การจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่วิธีที่ดีกว่าและแก้ปัญหาได้อย่างถาวรหรือครับ?”
ตำรวจน้อยเว่ยยืดตัวขึ้น แววตาลึกล้ำ “หรือว่าคุณมีเหตุผลสำคัญบางอย่างที่ต้องขัดขวางการสืบคดีของพวกเราตำรวจครับ?”
มือทั้งสองข้างของเหยียนจื่อชิงที่วางอยู่บนไหล่อีอีค่อย ๆ กำแน่น “ฉันเข้าใจแล้ว แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับอีอี ฉันจะพาเธอขึ้นไปก่อน”
ทั้งสามคนไม่ได้ขัดขวาง
ราวห้านาทีต่อมา เหยียนจื่อชิงก็ลงมาจากชั้นบน พอเข้ามาในห้อง เธอก็นั่งหลังงออยู่บนเก้าอี้ ถอนหายใจยาว สีหน้าท่าทางราวกับเตรียมใจจะคุยกันยืดยาว เธอเงยหน้ามองหลิงอู๋โหยว แล้วจู่ ๆ ก็ถกแขนเสื้อชุดนอนข้างซ้ายขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวหลายรอย ทั้งลึกทั้งตื้น
“แผลที่มืออีอีเป็นฝีมือฉันเอง” เพียงพูดประโยคนี้จบ ดวงตาของเธอก็เริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา “ตอนฉันทำร้ายตัวเอง เธอมาเห็นเข้าพอดี แล้ววิ่งเข้ามาห้าม จึงถูกฉันกรีดมือโดยไม่ตั้งใจ เป็นเวลานานมากที่ฉันโทษว่าเธอคือต้นเหตุของความทุกข์ แต่พอเห็นมือเธอเต็มไปด้วยเลือด แล้วยังขอร้องฉันว่าอย่าตาย ฉันก็เจ็บปวดใจจริง ๆ”
