สัญชาตญาณของตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทำให้ซ่งเว่ยอันสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อนเป็นอันดับแรก “สรุปว่าตอนคุณถ่ายรูปให้คุณนายเจิ้ง บังเอิญถ่ายติดคนตกตึกพอดี พอลงไปดูก็พบว่าเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ งั้นเหรอ? บังเอิญเกินไปแล้ว!”
ฉือซีกวานเองก็รู้สึกเหลือเชื่อ “น้องหลิง เธอนี่มีดวงแบบโคนันชัด ๆ!”
“คุณนายเจิ้งก็เหมือนกัน คดีของโหยวหลี่ซวงก็ต้องขอบคุณเธอถึงได้พบเบาะแส” กวนจื่อผิงเสริมสองคำ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ ทำไมน้องหลิงถึงถ่ายรูปให้แม่ของสือหยวนล่ะ?”
ฉือซีกวานพลอยนึกขึ้นได้ตามเขา “จริงด้วย แล้วพวกเธอสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
ซ่งเว่ยอันเองก็มองทั้งคู่ด้วยความสงสัย
คู่รักหนุ่มสาว: ……
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของสือหยวนก็ดังขึ้น ทุกคนจึงได้แต่เงียบรอให้เขาคุยโทรศัพท์เสร็จ
สือหยวนรับสาย พูดสองสามคำแล้ววาง ก่อนหันไปบอกเพื่อนร่วมทีม “พี่ชายผมโทรมาถามว่าต้องให้แม่ผมให้ปากคำหรือเปล่า ถ้าไม่ต้อง พวกเขาก็จะกลับแล้ว”
ซ่งเว่ยอันมองรูปถ่ายอีกครั้ง แล้วถอนใจอย่างครุ่นคิด “คุณนายเจิ้งน่าจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ผู้ตายที่สุด ยังไงก็ต้องสอบถามดู อย่างเช่น ตอนที่เห็นผู้ตายยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว บนตัวมีเลือดหรือเปล่า… สภาพศพตอนนี้ยับเยินมาก การชันสูตรภายหลังก็อาจได้รับผลกระทบด้วย”
สือหยวนพยักหน้า “ได้ งั้นผม…กับอู๋โหยว ไปสอบปากคำคุณนายเจิ้งก่อนนะครับ?”
ซ่งเว่ยอันดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจว่าทำไมเขาถึงพาหลิงอู๋โหยวไปด้วย “ได้ พวกคุณไปเถอะ”
