หลิงอู๋โหยววางสาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพที่เกิดเหตุหลายภาพ แล้วถ่ายภาพศพแบบเจาะใกล้อีกสองสามภาพ
ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นศพจากการตกตึกแค่ในกรณีศึกษาตอนเรียนกับสำนวนคดีเท่านั้น วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นของจริง สภาพเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เสียอีก
เธอคิดมาตลอดว่าการตกตึกลงมาตายนั้นทรมาน แม้การกระโดดจากชั้นสิบกว่าหรือยี่สิบชั้นลงถึงพื้นจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที และความเจ็บปวดตอนกระแทกพื้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ แต่ไม่กี่วินาทีที่ร่วงหล่นกลางอากาศกลับทำให้ความกลัวจากความตายที่อยู่ตรงหน้าเหมือนยืดยาวออกไปไม่สิ้นสุด
หลิงอู๋โหยวมองศพกองนั้นที่แตกกระจายจนมองไม่ออกแม้แต่หน้าตา หวังว่าบนตัวเธอจะมีสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาระบุตัวตนได้บ้าง…
เมื่อมองจนพอแล้ว หลิงอู๋โหยวก็เดินกลับไปหาสือหยวน เพิ่งเดินไปได้สองก้าวก็ได้ยินเสียงใครบางคนโวยวายอยู่ทางนั้น พอเลี้ยวตรงมุมไปดูก็เห็นว่าเป็นประธานว่านจริง ๆ
ประธานว่านมีเสี่ยวเฉินคอยประคอง ทั้งกระทืบเท้าทั้งโบกไม้โบกมือ “ผมบอกแล้วไงว่าตอนนี้ต้องไปคุยธุรกิจสำคัญ ต้องไปเดี๋ยวนี้! ให้เลขาผมอยู่ที่นี่แทนไม่ได้หรือไง? เรามาด้วยกัน เห็นศพพร้อมกัน อยู่ต่อแค่เธอคนเดียวก็พอแล้ว!”
สือหยวนยังคงยิ้มอย่างสุภาพ “ขออภัยครับ ก่อนจะยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต พวกคุณไม่เพียงเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์เป็นกลุ่มแรก แต่ยังเป็นผู้ต้องสงสัยด้วย ดังนั้นไม่มีใครออกไปได้ครับ”
