หลิงอู๋โหยวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร ลืมง่ายก็ลืมง่ายไปเถอะ ยังไงไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์เก่าของคุณหรือรูปถ่ายที่หายไป ทางตำรวจก็สืบหาได้ทั้งนั้น”
พานฟางชะงักไป แววประหลาดใจในดวงตาปิดไม่มิด “จริงเหรอ...? จะสืบยังไงล่ะ”
“ตอนนี้ไม่ใช่ยุคที่ใช้กำลังกับการทรมานเพื่อบีบให้รับสารภาพแล้ว” หลิงอู๋โหยวยิ้มตาหยีให้เธอ “เทคโนโลยีคือพลัง ฉันว่าเทคโนโลยีพวกนี้ใช้จัดการคนแก่ขี้ลืมอย่างคุณได้ดีเลยล่ะ อย่างน้อยร่างกายแก่ ๆ ของคุณก็คงทนโดนตีไม่ไหวใช่ไหมล่ะ คุณย่าพาน”
เมื่อเห็นดวงตาของเธอโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ตอนยิ้ม พานฟางก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอรู้สึกไม่พอใจเอามาก ๆ เด็กเมื่อวานซืนคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาข่มขู่เธอ:
“แม่หนู หมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจเทคโนโลยีอะไรพวกนั้นของพวกคุณหรอก แต่ฉันก็เกือบเจ็ดสิบแล้ว เกลือที่ฉันกินเข้าไปมากกว่าข้าวที่เธอกินเสียอีก...”
“กินเกลือให้น้อยลงหน่อยเถอะ คุณย่าพาน” หลิงอู๋โหยวหัวเราะหึ ๆ “ดูทั้งผิวทั้งกลิ่นตัวคุณสิ แห้งจนเค็มเข้าเนื้อไปหมดแล้ว กินเกลือเยอะขนาดนี้ คิดจะทำตัวเป็นเนื้อแดดเดียวเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาหรือไง”
พานฟางโดนคำพูดของเธอเข้าไป ใบหน้าแก่ ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“เธอ! เธอนี่...มีสาวน้อยที่ไหนพูดจาแบบเธอบ้าง!? ไม่มีการอบรมสั่งสอน!”
