“หัวหน้าหน่วยซ่ง คุณพูดจาเหมือนอาจารย์ของฉันเลยค่ะ” หลินอิ่งทอดถอนใจ “ตอนเพิ่งมาใหม่ ๆ ฉันยังรู้สึกว่าเขาบางทีก็ไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่ตอนนี้...เข้าใจแล้วค่ะ ฮ่า ๆ”
หลิงอู๋โหยวไถปลายเท้าถูสนามหญ้าอย่างเบื่อหน่าย ฟังทั้งสองคนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
สือหยวนเพิ่งออกไปโทรศัพท์ ตอนนี้เดินกลับมายืนข้างเธอ หลิงอู๋โหยวเหลือบมองเขา เขาก็ยิ้มให้
ไม่มีอะไรจะพูด หลิงอู๋โหยวจึงหันกลับไปมองทางเดิม
สือหยวนใช้ปลายนิ้วแตะหลังมือเธอเบา ๆ แล้วกระซิบถาม “คืนนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม”
หลิงอู๋โหยวตอบ “คืนนี้มีนัดแล้ว”
สือหยวนชะงัก แล้วถามออกไปโดยไม่ทันคิด “มีนัด? กับใครเหรอ”
หลิงอู๋โหยวไม่ได้คิดจะปิดบังเขา “อ้ายรั่วอวี่”
สือหยวนยังจำได้ว่าอ้ายรั่วอวี่เป็นใคร เขาแปลกใจนิดหน่อยที่ทั้งคู่ยังติดต่อกัน พอนึกถึงท่าทางที่เด็กสาวคนนั้นเคยชื่นชมหลิงอู๋โหยวอย่างหน้ามืดตามัว เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นคนคอยตามตื๊อหลิงอู๋โหยว อีกอย่าง แฟนสาวของเขาก็ไม่ใช่คนที่จะเป็นฝ่ายชวนใครไปนัดเจออยู่แล้ว
หนึ่ง สือหยวนอยากให้เธอมีเพื่อนมากขึ้น สอง เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายวงเพื่อนของหลิงอู๋โหยว
แต่ถึงจะคิดได้อย่างนั้น ในใจก็ยังอดหึงนิด ๆ ไม่ได้ เขาแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “ที่แท้ก็เธอเอง พวกคุณจะไปเที่ยวที่ไหนกัน”
หลิงอู๋โหยวตอบ “บาร์”
สือหยวน: ...
สือหยวน: !
สือหยวน: o.O?
เขาไม่เคยไปบาร์ ในความคิดฝังหัวของเขา บาร์เป็นสถานที่วุ่นวาย ผู้คนสารพัดแบบมักดื่มจนขาดสติ
สือหยวนอดกัดริมฝีปากไม่ได้ ความเจ็บแปลบเล็กน้อยดึงสติกลับมา เขาผ่อนลมหายใจ แล้วพยายามพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด “บาร์ที่ไหนเหรอ พวกคุณเที่ยวเสร็จแล้วฉันไปรับไหม”
