บางครั้งหลิงอู๋โหยวก็รู้สึกว่าคำพูดของตัวเองคงมีพลังวิเศษอะไรบางอย่าง
เป็นพลังวิเศษที่ทำให้คนฮึดฮัดอยากใช้กำลัง
ตอนที่ฝ่ามือของชายร่างอ้วนกำลังจะฟาดลงมา เธอกำลังจะลุกขึ้นไปสั่งสอนอีกฝ่ายสักหน่อย แต่ก่อนที่เธอจะได้แตะตัวเขา ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางระหว่างคนทั้งคู่ บดบังสายตาที่เธอมองชายร่างอ้วนไว้เสียมิด
หลิงอู๋โหยวชะงักไปนิดหนึ่ง มองท้ายทอยของคนคนนั้นแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
“คุณผู้ชาย คุณคิดจะทำอะไรครับ” สือหยวนไม่อยากมีเรื่องกับอีกฝ่าย เขาหยิบบัตรตำรวจออกมาแล้วยื่นให้ดู “ไปคุยกันที่สถานีตำรวจกับผมดีไหมครับ”
ชายร่างอ้วนสะดุ้งกับการปรากฏตัวของเขาอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเขาหยิบบัตรอะไรบางอย่างออกมา ก็โน้มตัวเข้าไปดูโดยสัญชาตญาณ โชคดีที่เขายังไม่เมา ตัวอักษรใหญ่ ๆ บนบัตรที่เขียนว่า “บัตรตำรวจ” นั้นเห็นได้ชัดเจน
ชายร่างอ้วนคิดว่าผู้หญิงสองคนนี้คงโทรแจ้งตำรวจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาสบถว่าโชคร้าย ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ พลางพูดว่า “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลย” แล้วดันเพื่อนที่ยังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ให้รีบออกไป
พอกลับไปถึงโต๊ะของตัวเอง ชายร่างอ้วนก็พูดอะไรบางอย่าง ชายสี่ห้าคนที่โต๊ะเหลือบมองมาทางสือหยวนอยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็เก็บข้าวของแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว
อ้ายรั่วอวี่จำตำรวจหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ได้อยู่แล้ว เธอถามอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าหน้าที่สือ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”
