ตำรวจน้อยเว่ยเล่าเรื่องสมุดภาพให้เขาฟังอย่างกระชับ แล้วฉวยช่วงรอไฟแดงหยิบภาพสุดท้ายให้ดู
ไฟแดงหยุด ไฟเขียวไป
สือหยวนขับรถพลางจับตาดูถนนพลางพูดว่า “จากสถานที่ที่พวกคุณพบสมุดภาพเล่มนี้ ดูแล้วมันน่าจะเป็นของส่วนตัวของพี่สาว คล้ายสมุดบันทึก น้องชายอาจรู้ว่าพี่สาวมีของแบบนี้ แต่หาไม่เจอ เพื่อไม่ให้คนอื่นพบเข้า แม่ลูกคู่นั้นเลยล็อกห้องไว้”
ตำรวจน้อยเว่ยเห็นด้วย “ผมก็คิดว่าน้องชายคงไม่รู้ว่าสมุดภาพอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ภาพสุดท้ายก็ต้องเป็นฝีมือพี่สาวน่ะสิ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าวันที่เจ็ดกรกฎาคมเป็นวันที่จริงหรือเปล่า พี่สาวที่ตายในคืนนั้นจะวาดภาพที่เกิดเหตุได้ยังไง”
หลิงอู๋โหยวเปิดดูสมุดภาพเป็นรอบที่สอง “เหรินเฉินเฉินก็วาดไม่ได้เหมือนกัน คำให้การของเขาคือซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่เห็นพี่สาว แต่ภาพที่วาดในสมุดภาพเป็นคนตัวเล็กสองคน คนหนึ่งตายแล้ว นั่นก็คือเหรินหราน ส่วนอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มีแต่เหรินเฉินเฉินเท่านั้น”
ตำรวจน้อยเว่ยพยักหน้า “ถูกต้อง ที่เกิดเหตุในภาพกับที่เกิดเหตุที่ตำรวจรู้ มีจุดต่างกันเพียงจุดเดียว คือจุดที่เหรินเฉินเฉินยืนอยู่… แต่ถ้าไม่ใช่ฆาตกร คนเดียวที่บรรยายสถานการณ์ตอนนั้นได้ก็มีแค่เหรินเฉินเฉิน…”
หลิงอู๋โหยวยักไหล่ “แต่ถึงนี่จะเป็นภาพที่เหรินหรานวาด แล้วจะยังไงล่ะ เทียบกับผู้รอดชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้า เราจะเชื่อคนตายที่มีความสามารถหยั่งรู้อนาคตหรือไง”
