สือหยวนยืนอยู่กับที่อย่างกระอักกระอ่วน สิ่งเดียวที่เขารู้สึกโชคดีคือสารภาพรักไปก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นหากถูกคนอื่นเปิดโปงความคิดของเขาในสถานการณ์แบบนี้ คงได้เสียใจจนอยากเอาหัวโขกพื้น
เขาเหลือบมองรอบ ๆ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีคนอยู่แถวนี้...
นอกจากเขากับหลิงอู๋โหยวซึ่งเป็นคนในเหตุการณ์ ฮะ
สือหยวนถอนหายใจในใจ
เขายังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มพูดกับเธออย่างไร อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า “เก็บของเรียบร้อยหรือยัง?”
หัวใจสือหยวนเต้นแรง “เรียบร้อยแล้ว”
หลิงอู๋โหยวเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าทำอะไรไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด จึงแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “เรียบร้อยแล้วก็ไปกันเถอะ”
“...ได้”
“ฉันขับเอง”
“...อืม”
ตลอดทางราบรื่นดี
บริเวณข้างสถานีเหลียนเฟิงเป็นย่านที่พักอาศัย พอหลิงอู๋โหยวกับสือหยวนไปถึงก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี ร้านอาหารที่เปิดอยู่แถวนั้นมีลูกค้านั่งกันเต็มหลายร้าน ข้างทางยังมีแผงขายผลไม้และของกินชนิดต่าง ๆ กลิ่นอาหารหลากหลายลอยคลุ้งในอากาศ ให้บรรยากาศชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริง
ด้านหลังสถานีเป็นร้านผลไม้แห่งหนึ่ง มีลูกค้าสองสามคนเลือกผลไม้อยู่หน้าร้าน เจ้าของเป็นชายวัยสี่สิบหรือห้าสิบปี รูปร่างอ้วนลงพุง กำลังนั่งเล่นติ๊กต็อกอยู่บนเก้าอี้ด้านนอก เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงจากลำโพงดังพอสมควร บ้างก็เป็นบล็อกเกอร์ติ๊กต็อกพูดอะไรสักอย่าง บ้างก็เป็นเพลงลูกทุ่งฟังติดดิน
