“อ้ายรั่วอวี่?” กวนจื่อผิงเลิกคิ้ว “ฉันจำได้ว่าเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยอันดับต้น ๆ ตอนนี้ใช่ไหม?”
“ใส่กรดซัลฟิวริก วางหมุด…” ฉือซีกวานสะท้านไหล่ “ทำไมฉันรู้สึกว่า ถ้าเธอวางยาคนขึ้นมาก็คงไม่แปลกเลยนะ”
ซ่งเว่ยอันมองเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มครึ่งแล้ว “ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยโทรไปถามอ้ายรั่วอวี่เถอะ”
แต่หลิงอู๋โหยวหยิบโทรศัพท์ออกมา “ฉันส่งวีแชทไปถามเธอดีกว่า”
ถึงกับแอดวีแชทกันแล้วเหรอ? ซ่งเว่ยอันแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เห็นด้วย “ได้ ถามดูสิ”
หลิงอู๋โหยวไม่เสียเวลาทักทายให้มากความ ส่งข้อความสั้น ๆ ตรงประเด็นไปทันที “ตรวจพบโพแทสเซียมไซยาไนด์กับลายนิ้วมือของเธอในขวดน้ำแร่ของจางอวี่อัน อธิบายหน่อย?”
ส่งไปได้ไม่นานก็มีสายโทรผ่านวีแชทเข้ามา หลิงอู๋โหยวมองซ่งเว่ยอัน อีกฝ่ายพยักหน้าให้ เธอจึงรับสาย
“พี่อู๋โหยวคะ หนูไม่รู้เรื่องลายนิ้วมือเลยจริง ๆ ค่ะ”
เสียงใสกระจ่างของอ้ายรั่วอวี่ดังออกมา คำเรียก “พี่อู๋โหยว” เต็มไปด้วยความน้อยใจและออดอ้อน
“หนูจะไปแตะน้ำของจางอวี่อันทำไมคะ หนูเองก็มีน้ำดื่ม อีกอย่าง พวกเธอสามคนอยู่ในห้องพักมาตลอดตั้งแต่เรียนเสร็จตอนเช้า หนูจะมีโอกาสตรงไหนล่ะคะ!”
หลิงอู๋โหยวถาม “เล่าไทม์ไลน์ของวันนี้ให้ฟังหน่อย”
“ขอคิดก่อนนะคะ…” อ้ายรั่วอวี่ตอบ “ตอนเช้าก็ปกติค่ะ ตื่นเจ็ดโมงไปเรียน เรียนถึงสิบเอ็ดโมงกว่า กินข้าวที่โรงอาหาร แล้วประมาณเที่ยงครึ่งก็กลับห้องพักไปพัก…อ้อ ตอนนั้นพวกเธอสามคนอยู่ในห้องกันแล้ว สั่งอาหารมากินค่ะ”
