ฉือซีกวานอยากพูดก็ไม่กล้าพูดเต็มปาก “พูดตามตรงนะ เมื่อเช้าตอนที่ผมไปดูศพ รู้สึกว่ากลิ่นของผู้เสียชีวิต...เอ่อ...ค่อนข้างแรง...ทั้งที่มีน้ำตาลทรายแค่นิดเดียว แถมยังมีกลิ่นอื่นรบกวนอีก ผึ้งจะได้กลิ่นจริงหรือครับ?”
“ได้แน่นอน” หลิงอู๋โหยวอธิบายให้ทุกคนฟัง “ประสาทรับกลิ่นของผึ้งดีกว่ามนุษย์เป็นร้อยเท่า แยกแยะดอกไม้ต่างชนิดกันได้หลายร้อยชนิด แถมยังแยกได้จากระยะหลายฟุตว่าดอกไม้ดอกหนึ่งมีละอองเรณูมากหรือน้อย อีกอย่าง น้ำตาลทรายก็เป็นอาหารที่ผึ้งชอบมากอยู่แล้ว”
“อ่า” ฉือซีกวานกำมือข้างหนึ่งแล้วทุบลงบนฝ่ามือ “หมายความว่าคนร้ายแค่เอาน้ำตาลทรายไปแต้มบนตัวเยว่เจี้ยนซือ แล้วปล่อยผึ้งเข้ามา โอกาสที่เยว่เจี้ยนซือจะถูกผึ้งต่อยก็สูงมาก! แล้วคนที่เข้าใกล้เยว่เจี้ยนซือได้ก็มีแต่พานฟางไม่ใช่หรือ?”
กวนจื่อผิงพูดว่า “พานฟางก็ไม่ได้อยู่ข้างเยว่เจี้ยนซือตลอดเวลานี่ครับ บางทีคนร้ายอาจฉวยโอกาสเข้าไปหาเยว่เจี้ยนซือตอนที่เธอไม่อยู่ก็ได้”
“ปกติเยว่เจี้ยนซืออยู่แต่ในห้องผู้ป่วย ตามที่พานฟางบอก ครั้งล่าสุดที่ออกไปข้างนอกคือเที่ยงวันก่อน...” หลิงอู๋โหยวครุ่นคิด “เราถามเธอได้ว่าตอนเข็นเยว่เจี้ยนซือออกไปเดินเล่น เคยเจอคนอื่นหรือแยกจากเขาบ้างไหม”
“รับทราบ”
ซ่งเว่ยอันยื่นรายงานตรวจหนาเป็นปึกให้สือหยวน “ผมยังอ่านไม่จบเลย สือหยวน เธออ่านต่อด้วยนะ”
