ฉือซีกวานชี้ไปที่หญิงสาวบนวีลแชร์อีกครั้ง “คุณลองดูสิ นี่ใช่แฟนของลูกชายคุณหรือเปล่า”
พานฟางมองหญิงสาวที่หมวกบังใบหน้าไว้เกือบครึ่ง แล้วเหลือบมองฉือซีกวานอย่างจนปัญญา “แบบนี้ฉันจะจำได้ยังไง”
ฉือซีกวาน “ลองดูรูปร่างสิว่าเหมือนกันไหม”
พานฟาง “ในรูปไม่ได้ถ่ายให้เห็นทั้งตัว”
ฉือซีกวาน “งั้นลองดูความยาวกับสีผมว่าตรงกันไหม”
พานฟาง “...จำไม่ได้แล้ว”
เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ
หลังเก็บปากคำเสร็จ ฉือซีกวานรู้สึกว่าการไปหา “พยานที่เคยเห็นเยว่เจี้ยนซือมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น” ที่โรงพยาบาลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังเสียเวลามากด้วย
“ปกติก็หาไม่เจอหรอก” ฉือซีกวานบ่น “เยว่เจี้ยนซือก็หน้าตาธรรมดา ต่อให้นั่งวีลแชร์...ในโรงพยาบาลมีคนถูกเข็นออกมานั่งเล่นตั้งเยอะแยะ”
“หาไม่เจอก็ต้องหา” ซ่งเว่ยอันแค่นเสียง “งั้นพวกคุณสองคนไปโรงพยาบาลก็แล้วกัน พอดีกวนจื่อผิงเองก็ยังดูภาพจากกล้องวงจรปิดไม่เจออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน”
กวนจื่อผิงลูบหัวล้านอย่างหงุดหงิด “นี่มันปีไหนกันแล้ว ฆาตกรที่มีสมองสักหน่อยย่อมหลบกล้องตอนลงมืออยู่แล้ว ครั้งก่อนโหยวหลี่ซวงก็เป็นแบบนี้ ก่อนหน้านั้นก็เหมือนกัน...แต่เราก็ยังต้องนั่งดูแล้วดูอีก ดูแล้วดูอีก ดูแล้วดูอีก...น่ารำคาญ”
ซ่งเว่ยอันพูดอย่างเย็นชาไร้ความปรานี “บ่นให้พอแล้วก็รีบไป”
กวนจื่อผิง “ชิ”
สองแตงเก็บข้าวของเสร็จ กำลังจะออกไปก็เดินสวนกับสือหยวนที่เข้ามาพอดี “หัวหน้าหน่วยซ่ง ได้ที่อยู่ของเยว่เฉิงไฉแล้ว อยู่ที่หมู่บ้านเฟิงเฉิงในเขตผิงเจียงครับ”
