กินข้าวเสร็จ เขาขับรถไปส่งหลิงอู๋โหยวที่หมู่บ้านเจินซิน พอขับไปได้ครึ่งทางก็พูดขึ้นราวกับนึกได้โดยบังเอิญว่า “เอ้อ แม่เฉินบอกว่าอยากเชิญคุณไปกินข้าวสักมื้อ เพื่อขอบคุณที่ครั้งก่อนคุณช่วยพูดแทนเธอตอนต่อคิว... คุณว่างเมื่อไหร่”
ในหัวของหลิงอู๋โหยวพลันปรากฏใบหน้าสวยที่คล้ายสือหยวนอยู่หลายส่วน เธอไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธตรง ๆ “ไว้คดีนี้เสร็จแล้วค่อยว่ากัน”
สือหยวน “ได้”
เช้าวันถัดมา ผลการตรวจสอบธุรกรรมที่เสี่ยวเคออดหลับอดนอนทำงานล่วงเวลาจนเสร็จก็ถูกส่งมา เขาตรวจสอบบัญชีไปกว่าร้อยบัญชี ในที่สุดก็พบเฉินเวยเทียนในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
ดวงตาของฉือซีกวานเป็นประกาย “เป็นคนนี้จริง ๆ ด้วย! สายตาอันเฉียบคมของฉันไม่มีทางมองผิด ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
กวนจื่อผิงที่อยู่ข้าง ๆ สาดน้ำเย็นใส่ทันที “ถึงจะเป็นคนนี้แล้วมันยังไง คนที่ใส่เสื้อตัวเดียวกันมีถมไป เอามาเป็นหลักฐานไม่ได้หรอก”
“เอามาเป็นหลักฐานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็แปลว่าทิศทางที่เราสืบมาถูกแล้วนี่นา” ฉือซีกวานมองโลกในแง่ดี “ถ้าอยากปลดล็อกเนื้อเรื่องใหม่ ก็ต้องปลดล็อกตัวละครใหม่ก่อน!”
กวนจื่อผิง “ก็จริงแฮะ”
ซ่งเว่ยอันคิดว่าเบาะแสนี้พอสืบต่อได้ “ตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ของเฉินเวยเทียน แล้วดูด้วยว่าเธอมีหนี้สินหรืออะไรทำนองนั้นไหม ต้องสืบให้กระจ่างว่าเธอเกี่ยวข้องกับพ่อลูกตระกูลเยว่อย่างไร”
สือหยวน “รับทราบ”
