ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง
ทั้งสองมาถึงลานจอดรถใต้ดิน ต่างคนต่างเงียบขณะเดินหารถ แล้วก็เงียบขณะขึ้นรถ
หลังคาดเข็มขัดนิรภัย หลิงอู๋โหยวก็เอนตัวหลับตาพักผ่อน ไม่พูดอะไร ดูเหมือนจะเหนื่อยอยู่บ้าง แต่สือหยวนกลับรู้สึกว่าเธอคล้ายจะไม่พอใจเขา? เพียงแต่เขาแยกไม่ออกว่าลางสังหรณ์ที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้เป็นเพราะตัวเองกำลังอารมณ์ไม่ดีหรือเปล่า
สือหยวนเม้มริมฝีปากบาง ๆ ภายนอกดูเหมือนกำลังตั้งใจขับรถอย่างมาก
แต่ทั้งสองคนในรถต่างก็รู้ดีว่า ปกติสือหยวนจะเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน ไม่ใช่เงียบสนิทเหมือนตอนนี้
รถแล่นไปได้ครึ่งทาง สือหยวนถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังงอน และคนที่เขางอนก็คือผู้หญิงที่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ค่ำคืนในเมืองไห่โจวได้มาตรฐานเมืองระดับแนวหน้าแห่งใหม่มานานแล้ว ทั้งครึกครื้นและรุ่งเรือง
หัวใจของสือหยวนเย็นเยียบและทุกข์ทรมาน
จู่ ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังงอนอะไร หลิงอู๋โหยวเป็นคนรับมือยากอยู่แล้ว โกรธเธอไปสุดท้ายคนที่โมโหจนตัวเองแย่ก็มีแต่เขา แต่...เขารู้สึกชัดเจนว่าอีกฝ่ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง อย่างไรเสียถ้าเป็นเวลาปกติ หลิงอู๋โหยวไม่มีทางเลือกใช้วิธี “สงครามเย็น” หรอก
ถ้าเธอโมโหขึ้นมา ต้องเป็นประเภทถือระเบิดมือไปถล่มคนอื่นแน่ ๆ
รถจอดลงหน้าหมู่บ้านเจินซิน
หลิงอู๋โหยวที่หลับตาพักผ่อนลืมตาขึ้น แล้วก็อดหาวไม่ได้ เมื่อครู่เธอหลับไม่ลง แม้สือหยวนจะรู้กาลเทศะ ปิดปากเงียบไม่รบกวนการนอนของเธอ แต่เธอกลับรู้สึกอย่างไม่มีเหตุผลว่าเขาดูอารมณ์ไม่ค่อยดีหรือเปล่า?
