หลิงอู๋โหยวมองเขา มุมปากมีรอยยิ้มจาง ๆ คล้ายกำลังถามว่า “ตอนนี้ยังกล้าอยู่ไหม” หรือบางทีเธออาจแค่เกิดคึกอยากรู้อยากลองว่า ถ้าไม่จับแล้วจะเป็นอย่างไร
เมื่อเห็นเธอไม่ขยับ ดวงตายังฉายแววไม่ยี่หระอันคุ้นเคย สือหยวนก็หมดหนทางกับเธออย่างสิ้นเชิง จึงเป็นฝ่ายจับข้อมือเธอแล้ววางลงกลางอกตัวเอง
มองท่าทางของเขาแล้วช่างเหมือนหญิงสาวเรียบร้อยที่ไม่อยากขายตัว แต่ครอบครัวยากจนข้นแค้นจนถูกบีบให้จำใจ
หลิงอู๋โหยวแอบขำ ไม่คิดเสแสร้งอีกต่อไป จับคลำอย่างเปิดเผย ไม่หลบเลี่ยงจุดสำคัญ เน้นเอาตามใจตัวเองล้วน ๆ คลำจนใครบางคนสั่นระริกและร่างกายตอบสนองขึ้นมา เธอก็ยังไม่รู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย แถมเริ่มวิจารณ์อีกว่า
“สัมผัสดีไม่เบา แน่นใช้ได้ กล้ามอกฝึกยากไหม กล้ามท้องชัดดีนะ แต่ยังสู้ของฉันไม่ได้ ทำไมเส้นเลือดที่แขนคุณเด่นจัง แต่ของฉันไม่เห็นมี”
คำพูดของเธอไร้ซึ่งอารมณ์ปรารถนา ฟังดูคล้ายกรรมการประกวดแมวกำลังประเมินรูปร่างหน้าตาของแมวว่า “ขนเป็นเงาสวย ใบหน้ากลมได้รูป ลำตัวกำลังดี...” อะไรทำนองนั้น
แต่สือหยวนไม่ใช่แมว เขาเป็นคนที่มีความรู้สึก
“จริงสิ นี่กลิ่นครีมอาบน้ำหรือเปล่า ทำไมถึงหอมจัง”
พูดจบ เธอยังโน้มเข้าไปดมใกล้ ๆ
คราวนี้สือหยวนสะดุ้งขึ้นมาจริง ๆ แล้วเผลอถอยหลังไปนิดหนึ่ง หลบปลายจมูกของเธอ
หลิงอู๋โหยวชะงักไป ก่อนจะยืดตัวตรงแล้วจ้องเขาครู่หนึ่ง อีกฝ่ายมีสีหน้าอึดอัด เธอจึงพูดอย่างสงบว่า “ฉันจับพอแล้ว คุณไปใส่เสื้อผ้าเถอะ”
เธอพูดความจริง จับพอแล้วจริง ๆ ส่วนที่โผล่ออกมาข้างนอกก็จับไปหมดแล้ว
