โดยทั่วไปแล้ว โอกาสค้นตัวจะมีให้เฉพาะผู้เล่นที่ผ่านเข้าสู่รอบสามของการค้นหาหลักฐานเท่านั้น ครั้งนี้มีเพียงหลิงอู๋โหยวที่เข้าไป จึงกลายเป็นว่าค้นตัวผู้เล่นได้แค่คนเดียว หากคนนั้นไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง โอกาสก็จะเสียเปล่า ดังนั้นเมื่อเทียบกับการค้นตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการไล่ต้อนจนรู้ตัวฆาตกรต่างหาก
หลังฟังหลิงอู๋โหยวพูดยืดยาว คนที่เข้าใจก็เข้าใจ ส่วนคนที่ไม่เข้าใจก็เลิกคิดไปตั้งนานแล้ว พอได้ยินหลิงอู๋โหยวบอกว่าจะค้นตัว หลินอิ่งที่ยังงุนงงอยู่ก็โยนความคิดที่ข้นคลั่กอยู่ในหัวทิ้งทันที แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ลุยเลย! ถอดเสื้อผ้าเขาให้หมด!”
ฉือซีกวานช่วยเสริม “ถุงเท้าก็ต้องถอดด้วย! อาจซ่อนอยู่ในถุงเท้าก็ได้!”
เสิ่นเหมิงไห่ยกประสบการณ์ของตัวเองมาเป็นตัวอย่าง “ผมว่าในกางเกงในก็น่าลองค้นดู...”
สือหยวน: ……
พวกคุณอย่าทำเกินไปนักสิ
“เข้าใจแล้ว” หลิงอู๋โหยวพยักหน้าอย่างรู้แจ้ง เชิดคางเดินไปหยุดตรงหน้าคนคนหนึ่ง “ฉันลงมือเอง หรือคุณจะจัดการเอง?”
สือหยวน: ……
จะยอมให้ถอดจนหมดแล้วแพ้ หรือยอมแพ้เสียเอง นี่เป็นปัญหา
สือหยวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนยิ้มให้หลิงอู๋โหยวเล็กน้อย แล้วแหวกเสื้อสูทออก เผยให้เห็นด้านในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นหยิบป้ายสามใบออกมาให้ทุกคนดูด้วยตัวเอง
หมายเลข 201 สองใบ หมายเลข 203 หนึ่งใบ
ตรงกับสถานการณ์แบบที่สองที่หลิงอู๋โหยวพูดไว้พอดี
“บ้าเอ๊ย! เก่งมาก! มีจริงด้วย!” เสิ่นเหมิงไห่กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น “โอ้โห!”
“อ๊าาา ชนะแล้ว!” หลินอิ่งตบมือสองครั้งอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
