หลังหญิงสาวเอ่ยขึ้น สือหยวนก็หยุดเดินแล้วหันกลับมา “ขอโทษนะครับ คุณเรียกผมหรือเปล่า”
หญิงสาวหันมามองเขา ตอนนั้นสือหยวนถึงเห็นว่าเธอสวมหน้ากากอนามัย ดวงตากลมโตสวยงามคู่นั้นยังเปล่งประกายอยู่ในความมืด “ใช่ค่ะ นี่ใช่หูฟังไร้สายของคุณที่ตกอยู่บนพื้นหรือเปล่า”
สือหยวนก้มลงมอง หูฟังสีขาวข้างหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น
เขาถอยหลังสองก้าว ก้มลงเก็บขึ้นมาแล้วกล่าวขอบคุณเธอ “ของผมเองครับ ขอบคุณนะ ไม่อย่างนั้นถ้าหายไปข้างหนึ่งคงน่าเสียดายแย่ สายตาคุณดีจริง ๆ”
หญิงสาวดูเหมือนจะยิ้ม ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “ไม่ใช่เพราะสายตาดีหรอกค่ะ แค่ระดับสายตาของฉันมองเห็นได้ง่ายกว่า”
สือหยวนเหลือบมองรถเข็นของเธออย่างแนบเนียน “ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปก่อนนะ”
“ครับ”
สือหยวนหันหลังแล้วเดินไปที่รถอย่างไม่รีบร้อน เปิดประตูและเข้าไปนั่งข้างใน คนสองคนที่อยู่ในรถต่างจ้องหญิงสาวบนรถเข็นไม่วางตา แต่เอาเข้าจริง ต่อให้นั่งอยู่ในรถก็ยังมองหน้าตาเธอไม่ชัด เพราะข้างนอกมืดมาก
“เป็นแฟนของเยว่เฉิงไฉหรือเปล่า” ซ่งเว่ยอันจ้องแผ่นหลังของหญิงสาว
สือหยวนนึกทบทวนภาพเมื่อครู่ “ความยาวกับสีผมตรงกัน ส่วนรูปร่าง... เธอนั่งอยู่บนรถเข็น แถมเสื้อผ้าก็ไม่เหมือนเดิม เลยเทียบได้ยาก แต่ดูจากสายตาแล้ว ความกว้างของไหล่กับความยาวของลำคอก็ใกล้เคียงกัน น่าจะเป็นแฟนของเยว่เฉิงไฉ”
